free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
Home Blog

ข้อมูลการขออนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยง(สุนัขและแมว) ทางด่านกักสัตว์สุวรรณภูมิ / IMPORTATION OF DOG AND CAT

0

ขั้นตอนที่1 เอกสารสำหรับการขอ Import permit

– สำเนา passport ของผู้เดินทาง หรือผู้ที่ทำการนำเข้าสัตว์เลี้ยง

– ที่อยู่ประเทศต้นทาง และที่อยู่ที่ประเทศไทย

– รายละเอียดของสัตว์เลี้ยง (เช่น พันธุ์, เพศ, อายุ, สี, microchip เป็นต้น)

– ฝังไมโครชิพ

– สุนัขและแมวต้องมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป

– เอกสารการฉีดวัคซีน (rabies vaccination, DHP/L etc.) เข็มแรกไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนเดินทาง

– รูปภาพของสัตว์เลี้ยง

– รายละเอียดการเดินทาง (วัน, เวลา, flight ที่จะถึงประเทศไทย)

– ชื่อสนามบินที่ใช้ในการส่งออกสัตว์เลี้ยง

– แนบเอกสาร ร.1/1

– ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (ถ้ามี)

ขั้นตอนที่2 ในวันนำเข้า ยื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตฯ (แบบ ร.6, ร.7)

– สำเนา Import Permit

– เอกสาร Health Certificate ต้นฉบับ (รับรองตามเงื่อนไขใน Import Permit และ Requirement)

– สำเนา Air Way Bill

– สำเนา Invoice (ถ้ามี)

– Draft ใบขนสินค้าขาเข้าศุลกากร

ตัวอย่างเอกสารการนำเข้าสุนัขและแมว

เอกสารต่างๆ


 List of required documents for the Importation of pet dog and cat

1. To get a transit permit, all required documents must be submitted for review at least seven days before a permit will be issued.

– A copy of identification card of an importer.

– Address in your country and address in Thailand.

– Detail of your animal (such as type of breed, sex age, microchip etc.

– Your pet have over 4 months.

– Microchip

– History of vaccination (A copy of vaccination record : rabies and DHP/L vaccination) more than 21 days prior travelling.

– Picture of your animal.

– Approximate date of arrival to Thailand.

– Name of port of exit from your country.

– Form1/1

– Username and password (If you have it)

2. To get a transit license R6 and R7, the following documents are required on the day of animal arrival in Thailand.

– A photocopy of the import permit

– Original plus photocopy of the health certificate from the country or origin

– Photocopy of the airway bill

– Photocopy of the invoice

– A photocopy of the customs declaration form

Example Document (Health Certificate)

DOCUMENTS

ที่มาข้อมูล : ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, กรมปศุสัตว์

Source : Suvarnabhumi Airport Animal Quarantine, Department of Livestock

สปษ. สหภาพยุโรปเข้าร่วมการประชุม/รับฟังข้อมูล Informative session on Food Fraud and Clarification on Food Loss จัดโดย DG SANTE ให้แก่ประเทศไทย ภายใต้กรอบการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ในข้อบท SFS

0

ด้วยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ได้เข้าร่วมการประชุม/รับฟังข้อมูล Informative session onFood Fraud and Clarification on Food Loss ผ่านระบบ VDO Conference จัดโดย DG SANTE ให้แก่ประเทศไทย ภายใต้กรอบการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ในข้อบท SFS โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และอ.ย. กว่า 30 ราย เพื่อรับฟัง/แลกเปลี่ยน และนำเสนอระบบควบคุมการกลโกงอาหารของสหภาพยุโรปและไทย

ระบบการควบคุมและดักจับ Food Fraud  ของสหภาพยุโรป ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นพื้นฐาน อาทิ เมล็ดพันธุ์ สัตว์แรกเกิด ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช เกษตรอินทรีย์ GMOs GIs สุขภาพสัตว์ สวัสดิภาพสัตว์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จ ภายใต้กรอบกฎหมายหลัก 5 ฉบับ (Regulation (EC) No 178/2002, No 767/2009, (EU) 2017/625, (EU) 1169/2011 และ (EU) 2019/1715) โดยในปี 2566 EU มีการตรวจพบ Food Fraud รวม 758 รายการ ได้รับความร่วมมือและประสานงานจากเครือข่ายทั่วสหภาพยุโรป (ประเทศสมาชิก EU, คณะกรรมาธิการยุโรป, Europol, DG HOME, EUFFN และ OLAF) โดยมีวิกฤตกลโกงร้ายแรง อาทิ ในกรณีเนื้อม้า ปี 2013-2014 กรณีการปลอมแปลงน้ำผึ้ง ปี 2015-2017 กรณีเนื้อปลาเทียม ปี 2015 และการลักลอบค้าสุนัข-แมว ปี 2022-2023

ในปี 2019 สหภาพยุโรปได้รับความร่วมมืออย่างดีจากไทยในการจับกุมการลักลอบนำเข้าลูกปลาไหลจากโรมาเนีย ปริมาณ 700 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องดังกล่าวให้แก่ประเทศที่สาม เมื่อเดือนเมษายน 2023 DG SANTE ได้จัดสัมมนา EU BTSF ณ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม โดยในครั้งนั้น มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานไทยเข้าร่วม 5 ราย โดย DG SANTE คาดว่า สหภาพยุโรปจะร่วมมือกับไทยในการเสริมสร้างระบบต่อต้านด้าน Food Fraud ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

สหภาพยุโรปขยายเวลาให้สารออกฤทธิ์ระหว่างรอผลประเมินต่ออายุการอนุญาต

0

คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1892 ว่าด้วย การปรับปรุง Implementing Regulation (EU) No 540/2011 ด้านการขยายระยะเวลาการอนุญาตให้ amisulbrom, S-abscisic acid, thiencarbazone และ valifenalate ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

        1. เนื่องจากการอนุญาตใช้สารออกฤทธิ์ (Active Substances) จำนวน 4 รายการ จะสิ้นสุดลงในช่วงวันที่ 30 กันยายน 2567 ซึ่งการต่ออายุการอนุญาตใช้งานสารดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ดังนั้น เพื่อมิให้การใช้สารดังกล่าวได้รับผลกระทบก่อนการประกาศผลการพิจารณา คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรให้ขยายระยะเวลาการใช้สารทั้ง 4 รายการ เป็นการชั่วคราว ดังนี้

           1.1 รายชื่อสารที่ได้รับอนุญาตขยายเวลาการใช้งานไปจนถึงวันที่ 15 กันยายน 2569

                 1) S-abscisic acid                    2) amisulbrom

           1.2 รายชื่อสารที่ได้รับอนุญาตขยายเวลาการใช้งานไปจนถึงวันที่ 1 มีนาคม 2570

                  1) valifenalate                        2) thiencarbazone    

        2. คณะกรรมาธิการยุโรปได้กำหนดเงื่อนไขการควบคุมการขยายเวลาดังนี้

           2.1 ในกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นควรไม่อนุญาตให้ต่ออายุการใช้สารนั้น ๆ ให้คณะกรรมาธิการยุโรปปรับใช้วันสิ้นสุดของการอนุญาตเดิม หรือวันที่กฎระเบียบการระงับการใช้สารนั้น ๆ มีผลบังคับใช้

           2.2 ในกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นควรอนุญาตต่ออายุการใช้สารนั้น ๆ ให้คณะกรรมาธิการยุโรปดำเนินการกำหนดวันที่มีผลปรับใช้โดยเร็วที่สุด

        3. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้

https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401892

สหภาพยุโรปขยายเวลาปรับใช้ค่าปริมาณขีดจำกัดที่ยอมรับได้สูงสุด (MLs) ของเออร์กอท สเคลอโรเตียและเออร์กอท อัลคาลอยด์ในผลิตภัณฑ์ธัญพืช

0

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Regulation (EU) 2024/1808 ว่าด้วย การปรับและแก้ไข Commission Regulation (EU) 2023/915 ในการปรับค่าปริมาณขีดจำกัดที่ยอมรับได้สูงสุด (MLs) ที่ต่ำกว่าของเออร์กอท สเคลอโรเตีย (Ergot sclerotia) และเออร์กอท อัลคาลอยด์  (Ergot alkaloids) ในผลิตภัณฑ์ธัญพืชใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นควรขยายเวลาการปรับใช้ค่าปริมาณขีดจำกัดที่ยอมรับได้สูงสุด (MLs) ของเออร์กอท สเคลอโรเตีย (Ergot sclerotia) และเออร์กอท อัลคาลอยด์  (Ergot alkaloids) ในผลิตภัณฑ์ธัญพืช ในภาคผนวก Commission Regulation (EU) 2023/915 ใหม่ ดังนี้

  • เออร์กอท สเคลอโรเตีย (Ergot sclerotia) ในเมล็ดข้าวไรย์ที่ไม่ได้แปรรูป ในข้อ 1.8.1.2: ที่ระดับ 0,2 กรัม/กิโลกรัม ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568
  • เออร์กอท อัลคาลอยด์  (Ergot alkaloids) ในผลิตภัณฑ์ขัดสีจากข้าวบาร์เลย์ ข้าวสเปลท์ และข้าวโอ๊ต (ที่มีเถ้า (ash) ผสมต่ำกว่า 900 มิลลิกรัม/100 กรัมวัตถุแห้ง (dry matter) ในข้อ 1.8.2.1: ที่ระดับ 50 กรัม/กิโลกรัม ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567เออร์กอท อัลคาลอยด์  (Ergot alkaloids) ในผลิตภัณฑ์ขัดสีจากข้าวสาลี (ที่มีเถ้า (ash) ผสมต่ำกว่า 900 มิลลิกรัม/100 กรัมวัตถุแห้ง (dry matter) ในข้อ 1.8.2.1a: ที่ระดับ 50 กรัม/กิโลกรัม ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2571
  • เออร์กอท อัลคาลอยด์  (Ergot alkaloids) ในผลิตภัณฑ์ขัดสีจากข้าวไรย์ และข้าวไรย์ที่วางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคคนสุดท้าย: ที่ระดับ 250 กรัม/กิโลกรัม ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2571

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่  2 กรกฎาคม 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้

    https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401808

    สหภาพยุโรปปรับแก้ไขข้อกำหนดค่าปริมาณขีดจำกัดที่ยอมรับได้สูงสุด (MLs) ของสารปนเปื้อนบางรายการในอาหาร

    0

    คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Regulation (EU) 2024/1756 ว่าด้วย การปรับและแก้ไข Commission Regulation (EU) 2023/915 ในการกำหนดค่าปริมาณขีดจำกัดที่ยอมรับได้สูงสุด (MLs) ของสารปนเปื้อนบางรายการในอาหาร ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

    คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรปรับและแก้ไขค่าปริมาณขีดจำกัดที่ยอมรับได้สูงสุด (MLs) ของสารปนเปื้อนอันตรายในอาหารบางรายการ เพื่อให้เป็นปัจจุบัน ตามตารางที่ปรากฏในภาคผนวก ของ Commission Regulation (EU) 2024/1756 โดยครอบคลุมสารกลุ่มอันตราย ดังนี้

    • เออร์กอท สเคลอโรเตีย (Ergot sclerotia): กำหนดให้การสุ่มตรวจและตรวจวิเคราะห์สินค้าอาหารในข้อ 1.8.1 เมล็ดธัญพืชที่ไม่ได้แปรรูป ยกเว้นเมล็ดข้าวไรย์ เพื่อควบคุมการปนเปื้อนของเออร์กอท สเคลอโรเตีย ให้ปฏิบัติตาม Commission Implementing Regulation (EU) 2023/2782
    • สารพิษ T-2 และ HT-2: กำหนดค่า MLs ของสารพิษ T-2 และ HT-2 ในข้อ 1.9.5 ผลิตภัณฑ์ขนมอบ (bakery wares) ที่มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ขัดสีจากข้าวโอ๊ตที่ระดับต่ำสุดร้อยละ 75 
    • โทรเพน อัลคาลอยด์ (Tropane alkaloids): กำหนดให้การสุ่มตรวจและตรวจวิเคราะห์สินค้าในข้อ 2.2.1 อาหารทารกและอาหารแปรรูปจากธัญพืชสำหรับทารกและเด็กเล็ก เพื่อควบคุมการปนเปื้อนของโทรเพน อัลคาลอยด์ ให้ปฏิบัติตาม Commission Implementing Regulation (EU) 2023/2783
    • กรดไฮโดรไซยานิค (Hydrocyanic acid): กำหนดให้ค่า  MLs ของกรดไฮโดรไซยานิคใน 2.3.2 ลินซีดที่วางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคคนสุดท้าย โดยแยกระหว่างลินซีดในข้อ 2.3.1 และข้อ 2.3.2 ในตาราง ภาคผนวก I Regulation (EU) 2023/915 กำหนดให้ค่า MLs ของกรดไฮโดรไซยานิคในเมล็ดพืชน้ำมันเพื่อสกัดและกลั่นน้ำมัน เท่ากับค่า MLs ของสารอัลฟลาทอกซินในถั่วลิสงและเมล็ดพืชน้ำมันอื่นๆ เพื่อกลั่นสำหรับการผลิตน้ำมันพืช ในข้อ 1.1.4
    • สารปนเปื้อนในข้าวโอ๊ตที่ไม่ได้แปรรูป:  กำหนดให้ควบคุมค่า MLs ของสารไมโคทอกซินในข้อ 1.2.9 และข้อ 1.5.1 โดยให้ครอบคลุมข้าวโอ๊ตที่ไม่ได้แปรรูปพร้อมเปลือก
    • ปรับแก้คำนิยามของธัญพืชที่ไม่ได้แปรรูปที่วางจำหน่ายก่อนการแปรรูปขั้นแรก (before first-stage processing): เพื่อปรับลดค่า MLs ของการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
    • สารโอคราท็อกซิน เอ (Ochratoxin A): กำหนดค่า  MLs ของสารโอคราท็อกซิน เอ (Ochratoxin A) ใน 1.2.10 ในผลิตภัณฑ์จากธัญพืชที่วางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคคนสุดท้ายเท่านั้น ไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์จากเมล็ดธัญพืชที่ไม่ได้แปรรูป
    • กำหนดองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ข้าวที่ยกเว้น: ในตารางที่ปรากฏในภาคผนวก I Regulation (EU) 2023/915
    • สาร Zearalenone:  ค่า MLs ของสาร Zearalenone ในธัญพืชที่วางจำหน่ายในตลาดให้แก่ผู้บริโภคคนสุดท้าย กำหนดให้ครอบคลุมธัญพืช และรำและจมูกธัญพืช (bran and germ) ตามที่กำหนดในข้อ 1.5.3 ภาคผนวก I Regulation (EU) 2023/915
    • ปรับแก้ข้อกำหนดค่า MLs ของไดออกซินและ PCBs: ในสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์บางรายการในตาราง Section 4  ภาคผนวก I Regulation (EU) 2023/915 และระบุสายพันธุ์ของสัตว์สำหรับเนื้อกวาง (venison) ในตาราง ข้อ 4.1.1.
    • ค่า MLs ของสารกลุ่ม PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons):  การจัดประเภทผลิตภัณฑ์สำหรับทารกและเด็กเล็กชนิดผงและชนิดเหลวที่วางจำหน่ายในตลาด
    • การปรับคำนิยามของการกำจัดเปลือก (dehulling) ซึ่งเป็นกระบวนการนำเอาเปลือกของเมล็ดออก ให้ถือว่า เป็นกระบวนการทำความสะอาด (cleaning process) ไม่ถือว่าเป็นกระบวนการแปรรูป

    กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่  26 มิถุนายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้

      https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401756

      สหภาพยุโรปต่ออนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์

      1. Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1786 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้ preparation of ammonium chloride เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

      1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้ preparation of ammonium chloride เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เพื่อช่วยลดค่าความเป็นกรด-ด่างในปัสสาวะ (reduction of urinary pH) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์เคี้ยวเอื้อง แมว และสุนัข เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2577 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่ชุดป้องกัน

             2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดการใช้สารเสริมที่ระดับสูงสุดในสัตว์ ดังนี้

                 2.1)  สัตว์เคี้ยวเอื้อง ระดับสูงสุดไม่เกิน 5,000/10,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)

                 2.2) แมว และสุนัข ระดับสูงสุดไม่เกิน 5,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)

        กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์

        https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401786

        2. Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1810 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้ preparation of Lentilactobacillus buchneri DSM 22501 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

          1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้  preparation of Lentilactobacillus buchneri DSM 22501 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางเทคโนโลยี (technological additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารเร่งปฏิกริยาในหญ้าหมัก (silage additives) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2577 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่ชุดป้องกัน

                 2)  คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

                      อาหารสัตว์ที่มีส่วนประกอบของ preparation of Lentilactobacillus buchneri NCIMB 22501 ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิม ก่อนวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

            3)  กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์  

          https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401810

          สหภาพยุโรปอนุญาตธาตุเหล็กเคซีเนทจากนมในอาหารและอาหารเสริม

          0

          คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Regulation (EU) 2024/1821 ว่าด้วย การอนุญาตให้ใช้ธาตุเหล็กเคซีเนทจากนม (iron milk caseinate) ซึ่งเป็นอาหารใหม่ (Novel food) ในการผลิตอาหารและอาหารเสริม ใน EU Official Journal L series ดังนี้

          1. เห็นชอบให้ใช้ธาตุเหล็กเคซีเนทจากนม (iron milk caseinate) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาหารใหม่ (Novel food) ในการผลิตอาหาร (food) และอาหารเสริม (food supplement)  หากไม่อนุญาตให้ใช้ในอาหารหรืออาหารเสริมสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก
          2. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้
          https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401821

          สหภาพยุโรปอนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์น้ำ

              Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1755 ว่าด้วย การอนุญาตให้ acetic acid, calcium acetate และ sodium diacetate เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

              1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ acetic acid, calcium acetate และ sodium diacetate เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางเทคโนโลยี (technological additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารกันเสีย (preservatives) และอนุญาตให้ใช้กับปลา (fish) เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2577 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่ชุดป้องกัน

               2)  คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

                   (ก) acetic acid, calcium acetate และ sodium diacetate และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของ acetic acid, calcium acetate และ sodium diacetate ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 มกราคม ๒๕68 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิม ก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

                   (ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับปลาที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของ acetic acid, calcium acetate และ sodium diacetate ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิม ก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

                   (ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับปลาที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของ acetic acid, calcium acetate และ sodium diacetate ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิม ก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า   

              3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้

          https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401755

          สหภาพยุโรปถอนการอนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์

              Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1727 ว่าด้วย การถอนสารเสริมในอาหารสัตว์ออกจากตลาด ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

          คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นควรให้ถอนการอนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์ที่ไม่ได้รับการประเมินความเสี่ยงใหม่ (re-evaluation) จากกรณีที่บริษัทผู้ผลิตไม่แจ้งความประสงค์ขอต่ออายุการอนุญาตหรือได้แจ้งความประสงค์ขอถอนการอนุญาตที่มีอยู่เดิม โดยครอบคลุมสารเสริม ดังนี้  

          1. สารเสริมกลุ่มสารแต่งกลิ่นและสารเจริญอาหารสำหรับสัตว์ทุกชนิด  5 รายการ
          2. สารเสริมกลุ่มสารถนอมอาหารสัตว์ 3 รายการ
          3. สารแต่งสี 1 รายการ
          4. สารแต่งกลิ่นและสารเจริญอาหารธรรมชาติ 21 รายการ
          5. สารธรรมชาติและสารสังเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง 29 รายการ
          6. สารสังเคราะห์ 1 รายการ

          รวม 60 รายการ ตามรายชื่อสารที่ปรากฏในภาคผนวก Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1727

          คณะกรรมาธิการยุโรปอนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

                   (1) สต็อกคงค้างของสารเสริมข้างต้น สามารถวางจำหน่ายในตลาดและใช้ได้ไปจนถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เป็นอย่างช้า

                   (2) สารผสมล่วงหน้า (premixtures) ที่มีส่วนประกอบของสารเสริมข้างต้น สามารถวางจำหน่ายในตลาดและใช้ได้ไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เป็นอย่างช้า

                   (3) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของสารเสริมหรือสารผสมล่วงหน้าข้างต้น สามารถวางจำหน่ายในตลาดและใช้ได้ไปจนถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นอย่างช้า

              3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้

          https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401727

          สหภาพยุโรปแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่มีความเท่าเทียมกัน และบัญชีรายชื่อหน่วยงาน Control Authority และ Control Body ในการรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์ไปยังสหภาพยุโรป

              คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1748 ว่าด้วย การปรับแก้ Implementing Regulation (EU) 2021/2325 เกี่ยวกับการยอมรับ (recognition) หน่วยงาน Control Authority (CA) และหน่วยงาน Control Body (CB) ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ใน EU Official Journal L 275/64 โดยมีรายละเอียดดังนี้

              1. ภาคผนวก 1:  การปรับบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่มีระบบการผลิตและการตรวจสอบสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เท่าเทียมกับสหภาพยุโรป (ไม่มีการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้)                   

              2. ภาคผนวก 2:  การปรับบัญชีรายชื่อหน่วยงานเอกชน Control Body (CB) ที่ได้รับอนุญาตจากสหภาพยุโรปให้เป็นหน่วยงานรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ตามมาตรา 46(1) Regulation (EU) 2018/848 จำนวน 18 ราย ดังนี้

                  1) Bio.inspecta AG

                  2) Caucascert LLC

                  3) CCPB Srl

                  4) CERES Certification of Environmental Standards GmbH

                  5) CERTIMEX

                  6) Certificadora Mexicana de Productos y Procesos Ecologicos S.C.

                  7) Control Union Certifications B.V.

                  8) Ecocert SAS

                  9) ECOGLOBE LLC

                  10) FOOD SAFETY S.A.

                  11) IMO Control Private Limited

                  12) Kiwa BCS Öko-Garantie GmbH

                  13) Mayacert S.A.

                  14) Organic Control System LLC Subotica

                  15) Organic Standard LLC

                  16) Servicio de Certificación CAAE S.L.U.

                  17) Southern Cross Certified Australia Pty Ltd

                  18) Tse-Xin Organic Certification Corporation         

              3. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย พบว่า จากหน่วยงานรับรองเอกชนทั้งหมด 18 ราย มีจำนวน 7 ราย  ที่ให้การรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยเพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ได้แก่ (1) Bio.inspecta AG  (2) CCPB Srl, (3) CERES Certification of Environmental Standards GmbH, (4) Control Union Certifications B.V., (5) Ecocert SAS, (6) IMO Control Private Limited, (7) Kiwa BCS Öko-Garantie GmbH รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1748

              4. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 3 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ 24 มิถุนายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้

          https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401748

          อ้างถึง Commission Implementing Regulation (EU) 2021/1378 Annex II สหภาพยุโรปจัดประเภทกลุ่มสินค้าอินทรีย์ ดังนี้

          สินค้ากลุ่ม A: Unprocessed plants and plant products, including seeds and other plant reproductive material
          สินค้ากลุ่ม B: Livestock and unprocessed livestock products
          สินค้ากลุ่ม C: Algae and unprocessed aquaculture products
          สินค้ากลุ่ม D: Processed agricultural products, including aquaculture products, for use as food
          สินค้ากลุ่ม E: Feed
          สินค้ากลุ่ม F: Wines  

          สินค้ากลุ่ม G: Other products listed in Annex I to Regulation (EU) 2018/848 ( — Yeasts used as food or feed, — maté,      sweetcorn, vine leaves, palm hearts, hop shoots, and other similar edible parts of plants and products produced therefrom,  — sea salt and other salts for food and feed, — silkworm cocoon suitable for reeling, — natural gums and resins, — beeswax, — essential oils, — cork stoppers of natural cork, not agglomerated, and without any binding substances, — cotton, not carded or combed, — wool, not carded or combed, — raw hides and untreated skins, — plant-based traditional herbal preparations) or not covered by the previous categories.
                            

          สหภาพยุโรปต่ออายุการอนุญาตสาร metconazole และจัดให้เป็นสารที่อยู่ในบัญชีรายชื่อสารที่รอหาสารทดแทน (Candidate for Substitution)

          0

          คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2024/1749 ว่าด้วย การต่ออายุการอนุญาตและหาสารทดแทนสาร metconazole ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

                  1. คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้ต่ออายุการใช้สาร metconazole ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักพืช ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 – 31 สิงหาคม 2574 โดยให้ขยายขอบเขตการใช้งานจากเดิมที่เป็นเพียงสารกำจัดเชื้อรา (fungicide) และสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช (plant growth regulator) ให้ครอบคลุมถึงการเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อารักขาพืช

                  2. อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการยุโรปพบว่า สาร metconazole เป็นสารที่มีความตกค้างยาวนานและเป็นพิษ (persistent and toxic) รวมถึงถูกจัดให้เป็นสารที่เป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ (ประเภท 2) ตาม Regulation (EC) No 1272/2008 จึงเห็นควรบรรจุสาร metconazole ให้อยู่ในบัญชีรายชื่อสารที่รอหาสารทดแทน (Candidate for Substitution: CfS) ตาม Regulation (EC) No 1107 /2009 ภาคผนวก II ข้อ 3.7.2.1  และข้อ 3.7.2.2 โดยให้ยกเลิกการใช้สาร metconazole เมื่อมีสารตัวอื่นที่สามารถใช้ทดแทนได้

                  3. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2567) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 เป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังนี้

          https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:L_202401749