เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม ความยืดหยุ่นด้านน้ำ และเศรษฐกิจหมุนเวียนเชิงแข่งขัน (DG ENV) ได้มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ (press release) เพื่อปรับเงื่อนไขและผ่อนผันการบังคับใช้ระเบียบ EUDR โดยสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปไม่ได้เสนอเลื่อนกำหนดการบังคับใช้ทั้งระบบ แต่เสนอให้ผ่อนผันและปรับเงื่อนไขบางส่วน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ค้าปลายน้ำ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้จริงภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลางยังคงต้องปฏิบัติตามกำหนดเดิม
2) วันบังคับใช้ตามกลุ่มผู้ประกอบการ:
– ผู้ประกอบการรายใหญ่/รายกลาง (Large and Medium companies): คงวันบังคับใช้เดิม คือ 30 ธันวาคม 2568
– ผู้ประกอบการรายย่อย (Micro and Small enterprises): ผ่อนผันออกไปเป็น 30 ธันวาคม 2569
3) เพิ่มช่วงเปลี่ยนผ่าน (Grace Period) ระหว่างการบังคับใช้ เพื่อให้หน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการสามารถปรับตัวก่อนการบังคับใช้เต็มรูปแบบ โดยในช่วง Grace Period หน่วยงานรัฐผู้มีอำนาจสามารถ “ออกคำเตือน (Warning)”หากพบการไม่ปฏิบัติตาม เช่น ไม่ยื่นหรือยื่นข้อมูลไม่ครบในระบบ ไม่ระบุพิกัดแปลงที่ถูกต้อง หรือไม่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) แต่จะยังไม่ปรับใช้บทลงโทษ (เช่น ปรับ ระงับนำเข้า หรือยึดสินค้า)
4) ลดภาระผู้ประกอบการปลายน้ำ (Downstream operators) โดย DG ENV ได้กล่าวถึงการตั้งเป้าในการทำให้กฎระเบียบมีความง่ายขึ้น (targeted simplifications) โดยเฉพาะแก่ผู้ประกอบการปลายน้ำ (ผู้ผลิตหรือผู้ค้าปลีกในยุโรป) ไม่ต้องยื่น Due Diligence Statement (DDS) ซ้ำอีก โดยให้ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปเป็นรายแรกเป็นผู้ยื่น DDS ในระบบเพียงครั้งเดียว อาทิ เช่น ในกรณีการนำเข้าเมล็ดโกโก้ไปยังสหภาพยุโรป กำหนดให้เป็นภาระหน้าที่ของผู้นำเข้าซึ่งถือว่าเป็นผู้ประกอบการต้นน้ำในการส่งมอบ DDS เข้าสู่ระบบ EUDR IT System โดยจะละเว้นให้แก่ผู้ผลิตชอคโกแลตที่ใช้เมล็ดโกโก้ดังกล่าว ไม่ต้องส่งมอบ DDS อีก
5) ผ่อนผันเพิ่มเติมแก่ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low-risk countries) โดยผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นผู้ผลิตเบื้องต้น (Micro and Small Primary Operators) จากประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ จะสามารถยื่นเอกสารรับรองแบบครั้งเดียว (one-off declaration) แทนการยื่น DDS ทุกรายการสินค้า
ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาและจะต้องนำเสนอต่อรัฐสภายุโรป (European Parliament) และคณะมนตรียุโรป (Council of the EU) ให้ความเห็นชอบก่อนประกาศใน EU Official Journal เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

