free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomePolicyนโยบายสหภาพยุโรปด้านการควบคุมสินค้านำเข้า และการปรับปรุงกรอบกฎหมายความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์

นโยบายสหภาพยุโรปด้านการควบคุมสินค้านำเข้า และการปรับปรุงกรอบกฎหมายความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกนโยบายสำคัญว่าด้วย (1) การยกระดับมาตรการควบคุมสินค้านำเข้าสู่สหภาพยุโรป (A reinforcement of controls on products imported into the EU) และ (2) กรอบกฎหมายของสหภาพยุโรป ว่าด้วย การลดความซับซ้อนของกฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารและอาหารสัตว์ (Food and Feed Safety Simplification Package) โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

  1. การยกระดับมาตรการควบคุมสินค้านำเข้าสู่สหภาพยุโรป

 1.1 ที่มาและวัตถุประสงค์: สหภาพยุโรปได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยอาหาร สุขอนามัยพืชและสัตว์ ให้มีความสอดคล้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภายใต้บริบทของการค้าระหว่างประเทศที่มีการขยายตัว และห่วงโซ่อุปทานอาหารที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ในการนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรเพิ่มประสิทธิภาพของระบบควบคุมสินค้านำเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่เข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปเป็นไปตามมาตรฐานที่ใช้บังคับภายในสหภาพยุโรป และเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระดับสูง ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้เน้นย้ำว่ามาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความโปร่งใสและ ความน่าเชื่อถือของระบบการนำเข้าโดยรวม โดยมิได้มุ่งหมายให้เป็นอุปสรรคต่อการค้า

 1.2 สาระสำคัญ: สาระสำคัญของมาตรการดังกล่าว ได้แก่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของการตรวจสอบสินค้านำเข้า ณ ด่านนำเข้าภายนอกของสหภาพยุโรป โดยมีแผนเพิ่มความถี่และความเข้มข้นของการตรวจสอบประมาณร้อยละ 30 และให้ความสำคัญกับสินค้าและประเทศต้นทางที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง ควบคู่กับการเพิ่มการตรวจประเมินระบบควบคุม (audits) ของประเทศผู้ส่งออกประมาณร้อยละ 50 ภายในระยะเวลา 2 ปี เพื่อประเมินความพร้อมและประสิทธิภาพของระบบกำกับดูแลในประเทศต้นทางอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังจะนำแนวทางการบริหารความเสี่ยงมาใช้มากยิ่งขึ้น ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลการตรวจพบความไม่สอดคล้องทั้งในเชิงสินค้า (product-based risk)  และเชิงประเทศ (country-based risk) รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ และการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ตรวจสอบของประเทศสมาชิก โดยมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประมาณ 500 คน เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้มีความสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วทั้งสหภาพยุโรป

1.3 สถานะทางกฎหมาย: มาตรการดังกล่าวได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดยคณะกรรมาธิการยุโรปในลักษณะของมาตรการเชิงนโยบาย เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะระบบการควบคุมของทางการ (Official Controls) ทั้งนี้ ในระยะถัดไป คณะกรรมาธิการยุโรปจะประสานงานกับประเทศสมาชิก เพื่อนำมาตรการดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ ควบคู่กับ             การจัดทำแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติม การติดตามและประเมินผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายหรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในระยะยาวตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสืบค้นได้ที่

https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_25_2979 

2. กรอบกฎหมายของสหภาพยุโรปว่าด้วย การลดความซับซ้อนของกฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารและอาหารสัตว์

  2.1 ที่มาและวัตถุประสงค์: คณะกรรมาธิการยุโรปได้ดำเนินการทบทวนกฎหมายด้านความปลอดภัยอาหารและอาหารสัตว์อย่างเป็นระบบ และเห็นว่ากฎหมายบางส่วนอาจมีความซ้ำซ้อนหรือมีกระบวนการที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อความคล่องตัว ความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนานวัตกรรมของภาคเกษตรและอาหารภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ Vision for Agriculture and Food ของสหภาพยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเสนอกรอบกฎหมายการปรับปรุงกฎหมายในลักษณะ omnibus (แพ็กเกจการปรับปรุงกฎหมายหลายฉบับในคราวเดียว) โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้กฎระเบียบมีความกระชับ ชัดเจน ลดความซับซ้อน และสอดคล้องกับพัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยยังคงมาตรการคุ้มครองสุขภาพมนุษย์ สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อมในระดับสูงของสหภาพยุโรป

  2.2 สาระสำคัญ: สาระสำคัญของแพ็กเกจดังกล่าวครอบคลุมมาตรการปรับปรุงกฎระเบียบในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การเร่งรัดขั้นตอนการอนุญาตผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อารักขาพืชประเภทชีวภาพ (bio-pesticides) การปรับกระบวนการต่ออายุการอนุญาตสารกำจัดศัตรูพืชและผลิตภัณฑ์ชีวฆ่า (biocides) ให้มีลักษณะมุ่งเป้าและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การปรับถ้อยคำและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับระดับสารตกค้างสูงสุด (MRLs) รวมถึงมาตรการช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อเพิ่มความชัดเจนและความสามารถในการคาดการณ์ทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังรวมถึงการผ่อนคลายภาระการต่ออายุการอนุญาตวัตถุเจือปนอาหารสัตว์ และการเปิดทางให้ใช้ฉลากดิจิทัลสำหรับข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัย การทำให้สถานะทางกฎหมายและแนวปฏิบัติของผลิตภัณฑ์หมักจากจุลินทรีย์ดัดแปลงพันธุกรรมมีความชัดเจนยิ่งขึ้น การปรับแนวทางการเฝ้าระวังและการจัดการความเสี่ยงด้านโรค BSE/TSE ให้สอดคล้องกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และมาตรฐานสากล ตลอดจนการเพิ่ม               ความยืดหยุ่นในการควบคุม ณ ด่านนำเข้า โดยเฉพาะสำหรับพืชและผลิตภัณฑ์พืช เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าโดยไม่ลดระดับการคุ้มครองด้านความปลอดภัย

  2.3 สถานะทางกฎหมาย: ในด้านสถานะทางกฎหมาย คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอแพ็กเกจดังกล่าวอย่างเป็นทางการในลักษณะของข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปรับปรุงกฎหมายของสหภาพยุโรป โดยปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการนิติบัญญัติของสหภาพยุโรป ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไป ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสืบค้นได้ที่ https://food.ec.europa.eu/horizontal-topics/simplification-legislation_en

ทั้งนี้ พัฒนาการทั้งสองประเด็นเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางการดำเนินนโยบายของสหภาพยุโรปในด้านการกำกับดูแลสินค้าเกษตรและอาหาร โดยประเด็นหนึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอของการบังคับใช้กฎหมายกับสินค้านำเข้า ขณะที่อีกประเด็นหนึ่งมุ่งปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความกระชับ ลดความซับซ้อน และเพิ่มความชัดเจนของกระบวนการกำกับดูแล ทั้งนี้ พัฒนาการดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศไทยในภาพรวม ทั้งในด้านขั้นตอนการนำเข้าและข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำเป็นต้องติดตามและพิจารณาปรับตัวให้สอดคล้องกับกรอบกฎหมายและแนวปฏิบัติของสหภาพยุโรปในระยะต่อไป