เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 รัฐสภายุโรปได้เผยแพร่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ภายหลังการลงมติเห็นชอบในวาระแรก (first reading) ด้วยเสียงข้างมาก (เห็นด้วย 402 เสียง ไม่เห็นด้วย 250 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง) ต่อข้อเสนอของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปและ DG ENV ในการปรับเงื่อนไขและผ่อนผันกำหนดการบังคับใช้ EUDR โดยสาระสำคัญของข้อเสนอสรุปได้ ดังนี้
1) การเลื่อนกำหนดวันเริ่มบังคับใช้: รัฐสภายุโรปเห็นชอบตามที่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปเสนอให้เลื่อนวันเริ่มบังคับใช้ให้แก่ผู้ประกอบการทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน (uniform postponement) ออกไป 1 ปี โดยมีกำหนดใหม่ตามข้อเสนอที่ผ่านวาระแรก ได้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลาง (Large and Medium operators) เริ่มบังคับใช้ 30 ธันวาคม 2569 และผู้ประกอบการรายย่อย (Micro and Small operators) เริ่มบังคับใช้ 30 มิถุนายน 2570 นอกจากนี้ รัฐสภายุโรปเห็นชอบให้ยกเลิกช่วงเปลี่ยนผ่าน (Grace Period) เดิม และใช้การขยายกำหนดเวลาข้างต้นเป็นมาตรการหลักแทน
2) มาตรการลดภาระผู้ประกอบการและทำให้กฎระเบียบง่ายต่อการดำเนินการ: รัฐสภายุโรปเห็นชอบกับข้อเสนอของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ในการลดภาระของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะแก่ผู้ประกอบการปลายน้ำและผู้ประกอบการรายย่อย ดังนี้
2.1) การยื่น Due Diligence Statement (DDS) โดยให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปเป็นรายแรก เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการยื่น DDS ในระบบเพียงครั้งเดียว และเป็นผู้เก็บหมายเลขอ้างอิงของ DDS ดังกล่าว ขณะที่ผู้ประกอบการปลายน้ำรายต่อ ๆ ไป ไม่ต้องยื่น DDS ซ้ำ และไม่ต้องรับภาระในการส่งต่อหมายเลขอ้างอิงเพิ่มเติม เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปอย่างง่ายและเหมาะสมยิ่งขึ้น
2.2) ผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นผู้ผลิตเบื้องต้น (Micro and Small Primary Operators) สามารถยื่นเอกสารรับรองแบบครั้งเดียว (one-off simplified declaration) แทนการยื่น DDS สำหรับทุกรายการสินค้า ข้อมูลที่ยื่นสามารถปรับปรุงเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ และสามารถใช้ postal address แทน geolocation ของแปลงผลิตได้ตามที่กำหนดในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังได้ขยายขอบเขตคำจำกัดความของ micro & small primary operators ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการที่แม้จะมีขนาดรวมเกินเกณฑ์ SMEs ตาม Directive 2013/34/EU แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสัดส่วนกิจกรรมที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบ EUDR ยังอยู่ในเกณฑ์ของวิสาหกิจขนาดเล็กและรายย่อย
3) การประเมินผลกระทบด้านภาระเอกสาร: รัฐสภายุโรปเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการจัดทำ Simplification Review ภายในวันที่ 30 เมษายน 2026 เพื่อประเมินภาระจากข้อกำหนดด้านเอกสารและระบบการยื่นข้อมูลของ EUDR โดยเฉพาะต่อผู้ประกอบการขนาดกลาง–ขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยต้นน้ำ ทั้งนี้ การประเมินอาจนำไปสู่ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม หากเห็นว่าจำเป็นเพื่อให้กฎระเบียบมีความเหมาะสมและปฏิบัติได้จริงมากขึ้น
ทั้งนี้ ร่างแก้ไขยังอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับประเทศสมาชิก และจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการ และประกาศใน EU Official Journal

