คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/748 ว่าด้วย การกำหนดแผนสุ่มตรวจหาสารปราบศัตรูพืชตกค้างในสินค้าอาหาร ประจำปี 2570 – 2572 ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA) ได้รายงานผลการสุ่มตรวจหาสารปราบศัตรูพืชในสินค้าอาหารจากตัวอย่าง 683 รายการ ในสินค้าอาหาร 32 ชนิด โดยพบว่าอัตราการตรวจพบสารปราบศัตรูพืชตกค้างที่เกินค่าอนุโลมสูงสุด (Maximum Residue Levels : MRLs) อยู่ในระดับมากกว่าร้อยละ 1 โดยมีอัตราความคลาดเคลื่อนที่ร้อยละ 0.75 ดังนั้น คณะกรรมาธิการยุโรปจึงกำหนดให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปต้องทำการสุ่มตรวจสารปราบศัตรูพืชตกค้างในสินค้าอาหารที่วางจำหน่ายในสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2570 – 2572 เพื่อประเมินความเสี่ยงที่มีต่อผู้บริโภค โดยกำหนดชนิดของสินค้าและรายชื่อสารปราบศัตรูพืชที่ให้ดำเนินการสุ่มตรวจ รวมทั้งจัดสรรปริมาณการสุ่มตรวจระหว่างประเทศสมาชิกฯ ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของประเทศนั้น ๆ โดยกำหนดการสุ่มตรวจขั้นต่ำอย่างน้อย 12 ตัวอย่าง/1 สินค้า/ปี
2. ปี 2570 – 2572 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (รวมถึงไอร์แลนด์เหนือ) จะต้องสุ่มตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างครอบคลุมสารปราบศัตรูพืชที่ต้องเฝ้าระวังในสินค้าพืช จำนวน 208 ชนิด (อาทิ สาร 2-Phenylphenol สาร Carbofuran สาร Chlorpyrifos สาร Dimethoate สาร Ethylene oxide สาร Glyphosate สาร Mepiquat และสาร Omethoate เป็นต้น) และสารปราบศัตรูพืชที่ต้องเฝ้าระวังในสินค้าสัตว์ จำนวน 34 ชนิด (อาทิ สาร Chlormequat สาร DDT สาร Fipronil และสาร Permethrin) ตาม Regulation (EU) 2026/748 Part C และ Part D ภาคผนวก 1
3. รายการสินค้าพืชและสัตว์ที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปต้องทำการสุ่มตรวจ (แยกเป็นรายปี) มีดังนี้
1) ปี 2570: องุ่น กล้วย เกรฟฟรุ๊ต (ผลไม้ตระกูลส้ม) มะเขือ บรอกโคลี เมลอน เห็ดเพาะ พริกหวาน/พริกหยวก ข้าวสาลี น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ไขมันวัว ไข่ไก่
2) ปี 2571: แอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี พีช (รวมถึงเนคทารีนและผลไม้พันธุ์ใกล้เคียง) ไวน์แดงหรือไวน์ขาว ผักสลัด กะหล่ำหัว มะเขือเทศ ผักโขม ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ นมวัว ไขมันสุกร
3) ปี 2572: ส้ม แพร์ กีวี ดอกกะหล่ำ หัวหอม แครอท มันฝรั่ง ถั่ว (แห้ง) ข้าวไรย์ ข้าวกล้อง ไขมัน สัตว์ปีก และตับวัว
4. สหภาพยุโรปกำหนดให้ประเทศสมาชิกฯ อิงใช้ Commission Directive 2002/63/EC ว่าด้วย วิธีการสุ่มตัวอย่างในการตรวจหาสารปราบศัตรูพืชในสินค้าพืชและสัตว์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อแนะนำของ Codex Alimentarius เพื่อประกอบการดำเนินงานดังกล่าว
5. ในกรณีที่ประเทศสมาชิกฯ ตรวจพบสารปราบศัตรูพืชที่มีสารออกฤทธิ์อื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ หรือตรวจพบเมทาบอไลต์ การเสื่อมสภาพ หรือปฏิกริยาใด ๆ ในสินค้า ให้ประเทศสมาชิกฯ นั้น ๆ แจ้งต่อคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อทราบ
6. คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะต้องส่งผลการสุ่มตรวจประจำปีภายในวันที่ 31 สิงหาคมของปีถัดไป โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ EFSA และกำหนดให้ยกเลิก Implementing Regulation (EU) 2025/854 อย่างไรก็ตาม การสุ่มตัวอย่างในการสุ่มตรวจสำหรับปี 2569 สามารถดำเนินการต่อไปจนถึงวันที่ 1 กันยายน 2570
7. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code


