free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeRegulationสหภาพยุโรปต่ออนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์

สหภาพยุโรปต่ออนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์

Featured Image under Pixabay license
  1. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/164 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้สารละลายโคลีนคลอไรด์ในน้ำ (aqueous solution of choline chloride) และสารผสมจากโคลีนคลอไรด์ (preparation of choline chloride) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้  

คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้สารละลายโคลีนคลอไรด์ในน้ำ (aqueous solution of choline chloride) และสารผสมจากโคลีนคลอไรด์ (preparation of choline chloride)  เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางโภชนาการ (nutritional additives) โดยมีหน้าที่เป็นวิตามิน โปรวิตามิน และสารเคมีที่มีผลคล้ายคลึง (vitamins, pro-vitamins and chemically well-defined substances having similar effect) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่ชุดป้องกัน

คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

(ก) สารผสมจากโคลีนคลอไรด์ (preparation of choline chloride)  และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมจากโคลีนคลอไรด์ที่ได้รับอนุญาตภายใต้ Implementing Regulation (EU) No 795/2013  ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของสารผสมจากโคลีนคลอไรด์ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของสารผสมจากโคลีนคลอไรด์ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ๒๕71 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 27 มกราคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

2. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/167 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้ไคลน็อพติโลไลท์จากตะกอน (clinoptilolite of sedimentary origin) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้ไคลน็อพติโลไลท์จากตะกอน (clinoptilolite of sedimentary origin) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางเทคโนโลยี (technological additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารช่วยยึดเกาะ (binders) และเป็นสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (anticaking agents)  และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน  

คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นสูงสุดของไคลน็อพติโลไลท์จากตะกอนในสัตว์ที่ปริมาณ 10,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 27 มกราคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

3.Commission Implementing Regulation (EU) 2026/171 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้กรดฟูมาริก (fumaric acid) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้  

คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้กรดฟูมาริก (fumaric acid) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางเทคโนโลยี (technological additives) โดยมีหน้าที่เป็นวัตถุกันเสีย (preservatives) อนุญาตให้ใช้กับสัตว์ปีก/สุกรที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยนมทดแทน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวัยเยาว์ที่เลี้ยงด้วยนมทดแทน และสัตว์บกอื่นๆ และภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งกลิ่น (flavouring compounds) อนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม  อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่ชุดป้องกัน

คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นสูงสุดของกรดฟูมาริกในสัตว์ ดังนี้

  • สัตว์ปีก/สุกรที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยนมทดแทน ที่ปริมาณ 20,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวัยเยาว์ที่เลี้ยงด้วยนมทดแทน ที่ปริมาณ 10,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

(ก) กรดฟูมาริก (fumaric acid) และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของกรดฟูมาริก (fumaric acid)  ที่ได้รับอนุญาตภายใต้ Commission Implementing Regulation (EU) No 1078/2013 และ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/56   เพื่อใช้กับสัตว์บกที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของกรดฟูมาริก (fumaric acid) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของกรดฟูมาริก (fumaric acid) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2571 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 27 มกราคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code