free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeRegulationสหภาพยุโรปอนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์

สหภาพยุโรปอนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์

pigs feeding in farm barn
Photo by Barbara Barbosa on Pexels.com

1. Commission Implementing Regulation (EU) 2025/2556 ว่าด้วย การอนุญาตให้ preparation จาก endo-1,4-beta-xylanase ที่ผลิตโดยยีสต์ Komagataella phaffii DSM 25376 และจาก endo-1,3(4)-beta-glucanase ที่ผลิตโดยยีสต์ Komagataella phaffii DSM 26469 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ preparation จาก endo-1,4-beta-xylanase ที่ผลิตโดยเชื้อรา Komagataella phaffii DSM 26469 และจาก endo-1,3(4)-beta-glucanase ที่ผลิตโดยเชื้อรา Komagataella phaffii DSM 26469 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการย่อยอาหาร (digestibility enhancers) และอนุญาตให้ใช้กับแม่ไก่ ไก่งวงเพื่อเพาะพันธุ์ สัตว์ปีกวัยเยาว์เพื่อขุน เพื่อไข่ หรือเพื่อเพาะพันธุ์ เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2579 และอนุญาตให้ใช้กับไก่เพื่อขุน ไก่งวงเพื่อขุน สัตว์ปีกเลี้ยงเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ และลูกสุกรที่หย่านม เป็นระยะเวลา 31 เดือน ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2571 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน

    2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดการใช้สารเสริมที่ระดับต่ำสุดในสัตว์ ดังนี้

        – สัตว์ปีก 1,400 LXU 120 LGU หน่วยกิจกรรม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)

        – ลูกสุกรหย่านม 700 LXU 60 LGU หน่วยกิจกรรม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)

    3) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

        (ก) preparation จาก endo-1,4-beta-xylanase ที่ผลิตโดยเชื้อรา Komagataella phaffii DSM 26469 และจาก endo-1,3(4)-beta-glucanase ที่ผลิตโดยเชื้อรา Komagataella phaffii DSM 26469 ที่ได้รับอนุญาตตาม Implementing Regulation (EU) 2018/1090 และสารผสมล่วงหน้า (premixture) สำหรับไก่เพื่อขุนและไก่เลี้ยงเพื่อไข่ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 7 มกราคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

        (ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของ preparation จาก endo-1,4-beta-xylanase ที่ผลิตโดยเชื้อรา Komagataella phaffii DSM 26469 และจาก endo-1,3(4)-beta-glucanase ที่ผลิตโดยเชื้อรา Komagataella phaffii DSM 26469  สำหรับไก่เพื่อขุนและไก่เลี้ยงเพื่อไข่ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 7 มกราคม 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 7 มกราคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

    4) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2568) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code  ดังนี้

 2. Commission Implementing Regulation (EU) 2025/2566 ว่าด้วย การอนุญาตให้ L-lysine monohydrochloride ที่ผลิตโดยแบคทีเรีย Corynebacterium glutamicum CGMCC 7.453 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้      

  1. คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ L-lysine monohydrochloride ที่ผลิตโดยแบคทีเรีย Corynebacterium glutamicum CGMCC 7.453 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางโภชนาการ (nutritional additives) กลุ่มกรด  อะมิโน เกลือของกรดอะมิโน และสารที่อยู่กลุ่มเดียวกัน (amino acids, their salts and analogues) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
  2. คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดการใช้สารเสริมที่ระดับสูงสุดในสัตว์ทุกชนิด ที่ระดับ 10,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
  3. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2568) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code