1. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/85 ว่าด้วย การอนุญาตให้ tartrazine เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ โดยใช้เป็นเหยื่อล่อสำหรับปลาน้ำจืดที่ใช้เป็นอาหาร ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ tartrazine เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งสี (colourants) และอนุญาตให้ใช้ เป็นเหยื่อล่อ (for its use in baits) สำหรับปลาน้ำจืดที่ใช้เป็นอาหาร เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นสูงสุดที่ปริมาณ 30 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 15 มกราคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

2. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/90 ว่าด้วย การอนุญาตให้ L-arginine ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Corynebacterium glutamicum KCCM 80393 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ L-arginine ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Corynebacterium glutamicum KCCM 80393 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางโภชนาการ (nutritional additives) กลุ่มกรดอะมิโน เกลือของกรดอะมิโน และสารที่อยู่กลุ่มเดียวกัน (amino acids, their salts and analogues) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 15 มกราคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

3. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/93 ว่าด้วย การอนุญาตให้ L-lysine sulphate ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Corynebacterium glutamicum CGMCC 23982 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ L-lysine sulphate ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Corynebacterium glutamicum CGMCC 23982 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางโภชนาการ (nutritional additives) กลุ่มกรดอะมิโน เกลือของกรดอะมิโน และสารที่อยู่กลุ่มเดียวกัน (amino acids, their salts and analogues) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นสูงสุดที่ปริมาณ 10,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 16 มกราคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

4. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/96 ว่าด้วย การอนุญาตให้น้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่าย (celery seed essential oil from Apium graveolens L.) และน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ (caraway essential oil from Carum carvi L.) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้น้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่าย (celery seed essential oil from Apium graveolens L.) และน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ (caraway essential oil from Carum carvi L.) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งกลิ่น (flavouring compounds) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์บางชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นสูงสุดของน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่ายในสัตว์ต่างๆ ดังนี้
– ไก่งวงเพื่อขุน ที่ปริมาณ 2,1 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ไก่เพื่อขุน/สัตว์ปีกวัยเยาว์เพื่อขุน สัตว์ปีกทุกชนิดเลี้ยงเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ และนกสวยงาม ที่ปริมาณ 1,6 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์ปีกทุกชนิดเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ ที่ปริมาณ 2,3 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรเพื่อขุน ที่ปริมาณ 3,3 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรวัยเยาว์เพื่อขุน ที่ปริมาณ 2,8 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลูกสุกรยังไม่หย่านม/หย่านม ที่ปริมาณ 2,8 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรทุกชนิดเพื่อผสมพันธุ์ ที่ปริมาณ 4,1 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลูกวัวเพื่อขุน (อายุไม่เกิน 6 เดือน) ที่ปริมาณ 6,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– แกะ/แพะ ที่ปริมาณ 6,2 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– วัวเพื่อขุน สัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ เพื่อขุน ยกเว้นแกะ แพะ และลูกวัวเพื่อขุนที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน และอูฐ เพื่อขุน ที่ปริมาณ 6,2 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ และอูฐอื่นๆ ที่ปริมาณ 4 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ม้า ที่ปริมาณ 6,2 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– กระต่าย ที่ปริมาณ 2,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ปลาซัลมอนและปลาครีบเล็ก ที่ปริมาณ 6,8 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุนัข ที่ปริมาณ 7,2 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
3) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นสูงสุดของน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ในสัตว์ต่างๆ ดังนี้
– ไก่งวงเพื่อขุน ที่ปริมาณ 12 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ไก่เพื่อขุน/สัตว์ปีกวัยเยาว์เพื่อขุน สัตว์ปีกทุกชนิดเลี้ยงเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ และนกสวยงาม ที่ปริมาณ 9 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์ปีกทุกชนิดเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ ที่ปริมาณ 13 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรเพื่อขุน ที่ปริมาณ 19 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรวัยเยาว์เพื่อขุน ที่ปริมาณ 16 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลูกสุกรยังไม่หย่านม/หย่านม ที่ปริมาณ 16 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรทุกชนิดเพื่อผสมพันธุ์ ที่ปริมาณ 24 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลูกวัวเพื่อขุน (อายุไม่เกิน 6 เดือน) ที่ปริมาณ 35 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– แกะ/แพะ ที่ปริมาณ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– วัวเพื่อขุน สัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ เพื่อขุน ยกเว้นแกะ แพะ และลูกวัวเพื่อขุนที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน และอูฐ เพื่อขุน ที่ปริมาณ 11 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ และอูฐอื่นๆ ที่ปริมาณ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ม้า ที่ปริมาณ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– กระต่าย ที่ปริมาณ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ปลาซัลมอนและปลาครีบเล็ก ที่ปริมาณ 25 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุนัข ที่ปริมาณ 25 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
4) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านในการอนุญาต ดังนี้
(ก) น้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่าย (celery seed essential oil from Apium graveolens L.) และน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ (caraway essential oil from Carum carvi L.) และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่ายและน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ ที่ได้รับอนุญาตภายใต้ Directive 70/524/EEC เพื่อใช้กับสัตว์ประเภทต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่าย (celery seed essential oil from Apium graveolens L.) และน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ (caraway essential oil from Carum carvi L.) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่าย (celery seed essential oil from Apium graveolens L.) และน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ (caraway essential oil from Carum carvi L.) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2571 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
5) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านในการถอนสารเสริมออกจากการวางจำหน่าย (ตามวัตถุประสงค์เดิม) ดังนี้
(ก) สต็อกคงค้างของน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่าย (celery seed essential oil from Apium graveolens L.) และน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ (caraway essential oil from Carum carvi L.) สามารถวางจำหน่ายและใช้กับสัตว์ประเภทต่างๆ นอกเหนือจากที่ระบุในภาคผนวกได้ไปจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นอย่างช้า
(ข) สารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่าย (celery seed essential oil from Apium graveolens L.) และน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ (caraway essential oil from Carum carvi L.) สามารถวางจำหน่ายและใช้กับสัตว์ประเภทต่างๆ นอกเหนือจากที่ระบุในภาคผนวกได้ไปจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2570 เป็นอย่างช้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดขึ้นฉ่าย (celery seed essential oil from Apium graveolens L.) และน้ำมันหอมระเหยจากคาร์เวย์ (caraway essential oil from Carum carvi L.) สามารถวางจำหน่ายและใช้กับสัตว์ประเภทต่างๆ นอกเหนือจากที่ระบุในภาคผนวกได้ไปจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2571 เป็นอย่างช้า
6) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 16 มกราคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code


