1. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1012 ว่าด้วย การอนุญาตให้ L-cysteine, L-cysteine hydrochloride monohydrate และ L-cysteine hydrochloride เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ L-cysteine, L-cysteine hydrochloride monohydrate และ L-cysteine hydrochloride เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งกลิ่น (flavouring compounds) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

2. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1014 ว่าด้วย การอนุญาตให้ L-tryptophan ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli CCTCC M 2024517 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ L-tryptophan ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli CCTCC M 2024517 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางโภชนาการ (nutritional additives) กลุ่มกรดอะมิโน เกลือของกรดอะมิโน และสารที่อยู่กลุ่มเดียวกัน (amino acids, their salts and analogues) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2)กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

3. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1017 ว่าด้วย การอนุญาตให้ L-threonine ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli CCTCC M 2024477 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ L-threonine ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli CCTCC M 2024477 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางโภชนาการ (nutritional additives) กลุ่มกรดอะมิโน เกลือของกรดอะมิโน และสารที่อยู่กลุ่มเดียวกัน (amino acids, their salts and analogues) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2)กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

4. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1013 ว่าด้วย การอนุญาตให้สารผสมจาก 6-phytase ที่ผลิตโดยเชื้อรา Aspergillus oryzae DSM 33737 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้สารผสมจาก 6-phytase ที่ผลิตโดยเชื้อรา Aspergillus oryzae DSM 33737 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการย่อยอาหาร (digestibility enhancers) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ปีกเพื่อไข่หรือเพื่อเพาะพันธุ์ ลูกสุกร สุกรเพื่อขุน และสุกรเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดการใช้สารเสริมที่ระดับต่ำสุดในสัตว์ ที่ระดับ 200 FYT หน่วยกิจกรรม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

5. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1019 ว่าด้วย การอนุญาตให้ guanidinoacetic acid และสารผสมจาก guanidinoacetic acid เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้ guanidinoacetic acid และสารผสมจาก guanidinoacetic acid เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เพื่อช่วยเพิ่มพารามิเตอร์สมรรถภาพสัตว์ (improvement of performance parameters) และอนุญาตให้ใช้กับไก่เพื่อขุน ไก่เลี้ยงเพื่อไข่หรือเพื่อเพาะพันธุ์ ไก่งวงเพื่อขุน และไก่งวงเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานในสัตว์ ดังนี้
2.1) ในอาหารสัตว์:
– ขั้นต่ำสุด ที่ปริมาณ 600 มิลลิกรัม guanidinoacetic acid/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ขั้นสูงสุด ที่ปริมาณ 1,200 มิลลิกรัม guanidinoacetic acid/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
2.2) ในน้ำดื่มสำหรับสัตว์:
– ขั้นต่ำสุด ที่ปริมาณ 300 มิลลิกรัม guanidinoacetic acid /ลิตรของน้ำดื่ม
– ขั้นสูงสุด ที่ปริมาณ 600 มิลลิกรัม guanidinoacetic acid /ลิตรของน้ำดื่ม
3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

6. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1036 ว่าด้วย การอนุญาตให้สารผสมจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus velezensis CECT 5940 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้สารผสมจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus velezensis CECT 5940 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เพื่อช่วยควบคุมเชื้อในกระเพาะ (gut flora stabilisers) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ปีกเพื่อไข่ เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้สารเสริมที่ระดับต่ำสุดในสัตว์ ที่ปริมาณ 1 x 109 CFU/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
3) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
3.1) ภายใต้ Implementing Regulation (EU) 2020/1395:
(ก) สารผสมจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus velezensis CECT 5940 และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมดังกล่าวที่ได้รับการอนุญาตภายใต้ Implementing Regulation (EU) 2020/1395 สำหรับไก่เพื่อขุน และไก่เลี้ยงเพื่อไข่ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 28 พฤศจิกายน 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus velezensis CECT 5940 สำหรับไก่เพื่อขุน และไก่เลี้ยงเพื่อไข่ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
3.2) ภายใต้ Implementing Regulation (EU) 2021/2050:
(ก) สารผสมจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus velezensis CECT 5940 และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมดังกล่าวที่ได้รับการอนุญาตภายใต้ Implementing Regulation (EU) 2021/2050 สำหรับไก่งวงเพื่อขุน ไก่งวงเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ สัตว์ปีกวัยเยาว์เพื่อขุนและเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ และนกสวยงาม (ยกเว้นเพื่อสืบพันธุ์) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 28 พฤศจิกายน 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus velezensis CECT 5940 สำหรับไก่งวงเพื่อขุน ไก่งวงเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ สัตว์ปีกวัยเยาว์เพื่อขุนและเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ และนกสวยงาม (ยกเว้นเพื่อสืบพันธุ์) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
4) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code


