Commission Implementing Regulation (EU) 2025/311 ว่าด้วย มาตรการกำจัดและป้องกันการกำเนิดและการแพร่ระบาดแมลงวันผลไม้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธ์ Bactrocera dorsalis (Hendel) สายพันธ์ Bactrocera latifrons (Hendel) และสายพันธ์ Bactrocera zonata (Saunders) ในสหภาพยุโรป ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรปรับแก้ไขมาตรการกำจัดและป้องกันการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดที่ดำเนินอยู่ในสหภาพยุโรป เนื่องจากตั้งแต่ปี 2562 มีการตรวจพบแมลงวันผลไม้ระบาดในประเทศสมาชิกฯ อาทิ เบลเยียม กรีซ ฝรั่งเศส อิตาลี ไซปรัส และออสเตรีย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการกำจัดและป้องกันการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ ให้ครอบคลุมการทำสำรวจ การกำหนดแผนฉุกเฉิน การจัดทำพื้นที่ควบคุม และการจัดทำบัญชีรายชื่อพืชอาศัยของแมลงวันผลไม้ให้เป็นปัจจุบัน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1) วัตถุประสงค์ (มาตรา 1)
เพื่อกำหนดมาตรการกำจัดและป้องกันการกำเนิดและการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ จำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธ์ Bactrocera dorsalis (Hendel) สายพันธ์ Bactrocera latifrons (Hendel) และสายพันธ์ Bactrocera zonata (Saunders) ในสหภาพยุโรป
2) คำนิยาม (มาตรา 2)
(1) ศัตรูพืชที่ระบุ (specified pests) คือ แมลงวันผลไม้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธ์ Bactrocera dorsalis (Hendel) สายพันธ์ Bactrocera latifrons (Hendel) และสายพันธ์ Bactrocera zonata (Saunders)
(2) พืชอาศัย (host plants) คือ พืชตามที่มีรายชื่อปรากฏในภาคผนวก I
(3) ผลไม้ที่ระบุ (specified fruits) คือ ผลไม้จากพืชอาศัย
3) การสำรวจศัตรูพืชที่ระบุในอาณาเขตของสหภาพยุโรป (surveys of the Union territory of specified pests) (มาตรา 3)
- รูปแบบการสำรวจและการสุ่มตัวอย่างที่ปรับใช้ในการสำรวจ จะต้องเป็นไปตาม EFSA’s General guidelines for statistically sound and risk-based surveys for plant pests และบัตรสำรวจศัตรูพืช (pest survey card) ซึ่งสามารถระบุระดับความเชื่อมั่นการตรวจพบศัตรูพืชที่ระบุได้ในระดับต่ำในประเทศสมาชิกที่เกี่ยวข้อง
- การสำรวจจะต้องกระทำบน
- ส่วนของผล (fruiting parts) ของพืชอาศัย
- ในพื้นที่เสี่ยง อาทิ พื้นที่รอบสนามบิน ท่าเรือ ตลาดประมูล และโรงคัดบรรจุ
- การวางกับดักโดยใช้เหยื่อล่อ ตามระบุใน International Standard for Phytosanitary Measures (ISPM)
4)แผนฉุกเฉิน (contingency plans) สำหรับศัตรูพืชเร่งด่วน (มาตรา 4)
(1) ประเทศสมาชิกฯ จะต้องระบุองค์ประกอบดังต่อไปนี้ในแผนฉุกเฉินสำหรับแมลงวันผลไม้
(ก) การระบุเจ้าของสถานที่ส่วนบุคคลที่มาตรการดังกล่าวจะปรับใช้ในกรณีที่มีการตรวจพบศัตรูพืชที่ระบุ และการเข้าถึงสถานที่ดังกล่าว
(2) ประเทศสมาชิกฯ จะต้องปรับแผนฉุกเฉินให้เป็นปัจจุบันตามความเหมาะสมในทุกปี
5) การจัดทำพื้นที่ควบคุม (establishment of demarcated areas) (มาตรา 5)
(1) เมื่อมีการยืนยันการปรากฎตัวของศัตรูพืชที่ระบุอย่างเป็นทางการ ประเทศสมาชิกฯ ที่เกี่ยวข้องจะต้องกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อกำจัดศัตรูพืชที่ระบุอย่างทันท่วงที
(2) พื้นที่ควบคุมต้องประกอบด้วย
(ก) พื้นที่ติดเชื้อ ซึ่งรวมพื้นที่ที่มีการยืนยันการปรากฏตัวของศัตรูพืชที่ระบุอย่างเป็นทางการ โดยรอบต้องมีความกว้างอย่างน้อย 500 เมตรจากพื้นที่ตรวจพบศัตรูพืชที่ระบุ
(ข) เขตกันชน (buffer zone) ต้องมีความกว้างอย่างน้อย 7 กิโลเมตรนับจากขอบพื้นที่ติดเชื้อ
(3) การปรับเขตพื้นที่ควบคุมต้องขึ้นอยู่กับเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ ชีววิทยาของศัตรูพืชที่ระบุ ระดับการติดเชื้อ ลักษณะกับดัก และความหนาแน่นของพืชอาศัยในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
(4) หากมีการยืนยันการปรากฏตัวของศัตรูพืชที่ระบุนอกพื้นที่ติดเชื้อ จะต้องทบทวนและปรับเขตพื้นที่ติดเชื้อและเขตกันชนให้สอดคล้องตาม
(5) ภายในเขตพื้นที่ควบคุม หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักต้องสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการเกี่ยวกับพื้นที่ควบคุมและข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายผลไม้จากพืชอาศัยที่ระบุ
หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักต้องแจ้งให้แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการมืออาชีพทราบเกี่ยวกับการปรับเขตพื้นที่ควบคุม
6) การยกเว้นข้อบังคับในการจัดทำพื้นที่ควบคุม (derogations from the establishment of demarcated areas) (มาตรา 6)
(1) การยกเว้นการปฏิบัติตามมาตรา 5 หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักอาจเลือกที่จะไม่กำหนดพื้นที่ควบคุมได้ ในกรณีที่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้
(ก) กรณีที่มีหลักฐานว่า ศัตรูพืชที่ระบุไม่สามารถก่อกำเนิดในพื้นที่ที่ตรวจพบ
(ข) มีหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า
– ศัตรูพืชที่ระบุมีการนำเข้าไปในพื้นที่ โดยจากการตรวจผลไม้พบว่ามีการติดเชื้อก่อนที่จะนำเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว และไม่มีการเพิ่มปริมาณทวีคูณ (multiplied) ของศัตรูพืชหลังจากนั้น
– เป็นการตรวจพบในสถานที่ผลิตที่มีการแยกทางกายภาพ (physical isolation) จากสภาพแวดล้อม ซึ่งป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชที่ระบุแพร่กระจายออกจากสถานที่นั้น
– เป็นการตรวจพบในสถานที่ผลิตซึ่งมีการป้องกันในลักษณะที่หลีกเลี่ยงการปรากฏของศัตรูพืชที่ระบุเพิ่มเติมในพืชอาศัยและผลไม้จากพืชอาศัย และศัตรูพืชที่ระบุไม่สามารถเติบโตนอกสถานที่ผลิตได้เนื่องจากสภาพอากาศฤดูหนาวที่ไม่เอื้ออำนวย
(2) ในกรณีที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักให้การยกเว้นตามข้อ (1) จะต้อง
(ก) ปรับใช้มาตรการเพื่อให้แน่ใจว่ามีการกำจัดศัตรูพืชที่ระบุและจำกัดความเป็นไปได้ของการแพร่ระบาด
(ข) เพิ่มความถี่ในการสำรวจโดยรอบอย่างน้อย 500 เมตรจากพื้นที่ที่ตรวจพบศัตรูพืชที่ระบุ
(ค) ปรับใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการระบาดศัตรูพืชผ่านผลไม้หรือพืชอาศัยที่มีการเคลื่อนย้ายออกจากสถานที่การผลิต
หากหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักลงความเห็นว่า ศัตรูพืชที่ระบุไม่สามารถอยู่รอดในสภาพอากาศฤดูหนาวได้ ระยะเวลาสำหรับการสำรวจควรจำกัดให้อยู่ในระยะเวลาก่อนฤดูหนาวจะเริ่มต้น
7) การสำรวจในพื้นที่ควบคุม (surveys in demarcated areas) (มาตรา 7)
(1) ในพื้นที่ควบคุม หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักต้องทำการสำรวจประจำปี ตามระบุในมาตรา 19(1) Regulation (EU) 2016/2031 โดยคำนึงถึงข้อมูลที่อ้างถึงในบัตรสำรวจศัตรูพืช
(2) จำนวนกับดักที่ใช้ต่อตารางกิโลเมตรในการสำรวจต้องเพิ่มขึ้นตั้งแต่ขอบพื้นที่ไปยังใจกลางของพื้นที่สำรวจ เมื่อกำหนดจำนวนกับดัก ประเภทของกับดัก การออกแบบกับดัก และการดึงดูดที่ใช้กับกับดัก ประเทศสมาชิกจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดที่กำหนดไว้ในแนวทางสากล โดยเฉพาะ ISPM 26 และบัตรสำรวจศัตรูพืช
(3) รูปแบบการสำรวจจะต้องเป็นไปตามบัตรสำรวจศัตรูพืช (pest survey card) และ EFSA’s General guidelines for statistically sound and risk-based surveys ซึ่งรูปแบบการสำรวจและการสุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการสำรวจตรวจจับนั้น จะต้องสามารถการันตีการตรวจจับการปรากฏศัตรูพืชที่ระบุได้ในระดับร้อยละ 1 ภายใต้ระดับความเชื่อมั่นที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95
(3) ผลจากการสำรวจในพื้นที่ควบคุมต้องรายงานต่อคณะกรรมาธิการยุโรปโดยใช้แบบฟอร์มที่กำหนดไว้ในภาคผนวก II
8) การยกเลิกพื้นที่ควบคุม (abolition of demarcated areas) (มาตรา 8)
การยกเลิกพื้นที่ควบคุมสามารถกระทำได้ ภายใต้เงื่อนใดเงื่อนหนึ่ง ดังนี้
– เมื่อการสำรวจที่ระบุในมาตรา 7 ระบุว่า ไม่มีการตรวจพบศัตรูพืชที่ระบุในพื้นที่ควบคุมติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 120 วัน หรือ
– หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักได้สรุปว่า ศัตรูพืชที่ระบุได้ผ่านช่วงอุณหภูมิที่มีความเย็นอย่างเพียงพอแล้ว
9) มาตรการกำจัด (eradication measures) (มาตรา 9)
(1) ในเขตติดเชื้อ หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักต้องดำเนินมาตรการเพื่อกำจัดศัตรูพืชที่ระบุ ดังต่อไปนี้
– การใช้วิธีการกำจัดตัวผู้และ/หรือเทคนิคการใช้เหยื่อล่อที่เหมาะสม
– การเก็บรวบรวมและกำจัดผลไม้ที่ระบุอย่างปลอดภัยในระยะเริ่มต้นของการสุกงอม การบำบัดดิน รวมถึงวิธีการบำบัดโดยเครื่องจักร ทางเคมี หรือจุลินทรีย์ ทั้งในและรอบๆ พื้นที่การผลิตพืชที่ระบุ เพื่อทำลายศัตรูพืชในระยะที่ติดอยู่ในดิน (soil-bound stages)
– การใช้เทคนิคแมลงที่เป็นหมัน (sterile insect technique)
– การใช้ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ตาม Regulation (EC) No 1107/2009
– การดักจับศัตรูพืชที่ระบุที่เป็นกลุ่มโดยใช้กับดักในจำนวนเพียงพอ รวมถึงใช้กับดักที่ระบุ ในมาตรา 7(2)
10) มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืชที่ระบุ (measures preventing the spread of the specified pest) (มาตรา 10)
(1) ผลไม้ที่ระบุที่ปลูกหรือเก็บไว้ในพื้นที่ติดเชื้อจะสามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวไปยังพื้นที่กันชน (buffer zone) หรือออกจากพื้นที่ควบคุมได้ ก็ต่อเมื่อผลไม้เหล่านั้นได้รับการบำบัดเพื่อกำจัดศัตรูพืชที่ระบุอย่างมีประสิทธิภาพ การบำบัดจะต้องรวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์อารักพืชที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพียงพอ ตามที่ได้รับอนุญาตให้ใช้โดย Regulation (EC) No 1107/2009 หรือการใช้วิธีทางเลือกตามมาตรฐานสุขอนามัยพืชที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะ ISPM 28 อาทิ การบำบัดด้วยความร้อน การบำบัดด้วยความเย็น หรือการฉายรังสี
(2) ผลไม้ที่ระบุสามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ติดเชื้อไปยังพื้นที่กันชน (buffer zone) หรือออกจากพื้นที่ควบคุมได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
– เพื่อวัตถุประสงค์ในการบำบัดที่เหมาะสม โดยใช้มาตรการที่มีประสิทธิผลเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของศัตรูพืชที่ระบุในระหว่างการขนส่งและระหว่างที่อยู่ ณ สถานที่บำบัด
– หากผลไม้ที่ระบุมาจากนอกเขตพื้นที่ควบคุม และเคลื่อนย้ายผ่านพื้นที่ติดเชื้อ โดยใช้มาตรการที่มีประสิทธิผลเพื่อป้องกันการระบาดของศัตรูพืชที่ระบุ หรือ
– หากผลไม้ที่ระบุถูกเก็บเกี่ยวในฤดูกาลของปีตามที่กำหนดโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลัก ซึ่งคาดว่าจะไม่มีศัตรูพืชที่ระบุในระยะที่มีชีวิตในผลไม้นั้น ตามหลักชีววิทยาการสืบพันธุ์ของศัตรูพืชดังกล่าว
(3) พืชอาศัยเพื่อการเพาะปลูกที่เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ติดเชื้อไปยังพื้นที่กันชนหรือออกจากพื้นที่ควบคุมจะต้องปราศจากผลไม้ และหากมีดินหรือวัสดุปลูกอื่นๆ ปนเปื้อน จะต้องปราศจากศัตรูพืชที่ระบุอย่างไรก็ตาม พืชอาศัยที่ออกผลสามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ติดเชื้อหรือเคลื่อนย้ายผ่านพื้นที่ติดเชื้อได้ หาก พืชเหล่านั้นมาจากภายนอกพื้นที่ควบคุม และมีการใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการติดเชื้อของพืชจากศัตรูพืชที่ระบุ
(4) ดินที่อยู่ชั้นบนสุด จำนวน 10 เซ็นติเมตรจากแหล่งผลิตที่ปลูกผลไม้ที่ระบุ สามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ติดเชื้อเพื่อไปพื้นที่กันชนหรือออกจากพื้นที่ควบคุมได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
– ดินดังกล่าวได้รับการดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อกำจัดศัตรูพืชที่ระบุ หรือ
– ดินดังกล่าวถูกฝังไว้ใต้หลุมฝังกลบ โดยมีวัสดุคลุมดินที่มีความหนาอย่างน้อย 50 เซ็นติเมตร โดยอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลัก
การขนย้ายดินดังกล่าวไปยังสถานที่บำบัดหรือเพื่อฝังกลบจะต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไขป้องกันการแพร่กระจายของศัตรูพืชที่ระบุอย่างมีประสิทธิภาพ
(5) ของเสีย (waste) จากผลไม้ที่ระบุจะต้องถูกกำจัดอย่างปลอดภัยในลักษณะที่ป้องกันการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของศัตรูพืชที่ระบุ
11)ภาคผนวก (Annexs)
(1) ภาคผนวก I บัญชีรายชื่อพืชอาศัยของแมลงวันผลไม้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธ์ Bactrocera dorsalis (Hendel) สายพันธ์ Bactrocera latifrons (Hendel) และสายพันธ์ Bactrocera zonata (Saunders)
(2) ภาคผนวก II แบบฟอร์มสำหรับรายงานผลการสำรวจประจำปีที่ดำเนินการตามมาตรา 7
2. ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป อย่างก็ตาม ให้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านในมาตรา 3(1) วรรคย่อยที่ 2 เกี่ยวกับการทำสำรวจจะต้องเป็นไปตาม EFSA’s General guidelines for statistically sound and risk-based surveys และบัตรสำรวจศัตรูพืช (pest survey card) โดยให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code


