1. Commission Implementing Regulation (EU) 2024/2414 ว่าด้วย การอนุญาตให้น้ำมันหอมระเหย จูนิเปอร์ (juniper essential oil) และทิงเจอร์จูนิเปอร์ (juniper tincture) จากสนจีน (Juniperus communis L.) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้น้ำมันหอมระเหยจูนิเปอร์ (juniper essential oil) และทิงเจอร์จูนิเปอร์ (juniper tincture) จากสนจีน (Juniperus communis L.) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งกลิ่น (flavouring compounds) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2577 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่ชุดป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
(ก) น้ำมันหอมระเหยจูนิเปอร์ (juniper essential oil) และทิงเจอร์จูนิเปอร์ (juniper tincture) จากสนจีน (Juniperus communis L.) และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหย จูนิเปอร์ (juniper essential oil) และทิงเจอร์จูนิเปอร์ (juniper tincture) ดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 6 เมษายน 2568 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยจูนิเปอร์ (juniper essential oil) และทิงเจอร์จูนิเปอร์ (juniper tincture) จากสนจีน (Juniperus communis L.) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2568 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยจูนิเปอร์ (juniper essential oil) และทิงเจอร์ จูนิเปอร์ (juniper tincture) จากสนจีน (Juniperus communis L.) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 16 กันยายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้
2. Commission Implementing Regulation (EU) 2024/2427 ว่าด้วย การอนุญาตให้น้ำมันหอมระเหย ผักชี (coriander essential oil) จากผักชี (Coriandrum sativum L.) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้น้ำมันหอมระเหยผักชี (coriander essential oil) จากผักชี (Coriandrum sativum L.) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งกลิ่น (flavouring compounds) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2577 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่ชุดป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
(ก) น้ำมันหอมระเหยผักชี (coriander essential oil) จากผักชี (Coriandrum sativum L.) และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยผักชี (coriander essential oil) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 7 เมษายน 2568 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยผักชี (coriander essential oil) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2568 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยผักชี (coriander essential oil) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 17 กันยายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้
3. Commission Implementing Regulation (EU) 2024/2464 ว่าด้วย การอนุญาตให้น้ำมันหอมระเหย สนขาว (pine white essential oil) จากสน (Pinus pinaster Aiton) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้น้ำมันหอมระเหยสนขาว (pine white essential oil) จากสน (Pinus pinaster Aiton) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งกลิ่น (flavouring compounds) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ ไปจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2577 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่ชุดป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
(ก) น้ำมันหอมระเหยสนขาว (pine white essential oil) จากสน (Pinus pinaster Aiton) และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยสนขาว (pine white essential oil) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 3 เมษายน 2568 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 3 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยสนขาว (pine white essential oil) จากสน (Pinus pinaster Aiton) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 3 ตุลาคม ๒๕68 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 3 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยสนขาว (pine white essential oil) จากสน (Pinus pinaster Aiton) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 3 ตุลาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 3 ตุลาคม 2567 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 13 กันยายน 2567) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ดังนี้

