free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeRegulationสหภาพยุโรปยกเลิกค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ในสารกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงต่ำ

สหภาพยุโรปยกเลิกค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ในสารกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงต่ำ

Featured Image by Denniz Futalan under Pexels license

คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Regulation (EU) 2026/752 ว่าด้วย การยกเลิกค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงต่ำ 5 รายการ ได้แก่ (1) หอมญี่ปุ่น (Allium fistulosum) (2) สาร processed; lysate of Willaertia magna (3) แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (magnesium hydroxide E528) (4) เซนฟอยน์อัดเม็ด(Onobrychis viciifolia (sainfoin) dried pellets) และ (5) สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Vitis vinifera L. seed extract) ในสินค้าพืชและสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L สรุปดังนี้

  1. หอมญี่ปุ่น (Allium fistulosum): เป็นสารออกฤทธิ์ที่ไม่มีคุณสมบัติที่เป็นอันตราย จึงเห็นควรบรรจุในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No 396/2005 (ซึ่งเป็นกลุ่มสารกำจัดศัตรูพืชที่ไม่มีการกำหนดค่า MRLs)
  2. สาร processed; lysate of Willaertia magna: เป็นสารออกฤทธิ์ที่ไม่มีคุณสมบัติที่เป็นอันตราย จึงเห็นควรบรรจุในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No 396/2005 (ซึ่งเป็นกลุ่มสารกำจัดศัตรูพืชที่ไม่มีการกำหนดค่า MRLs) จากเดิมที่กำหนดค่า MRL โดยปริยาย ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
  3. แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (magnesium hydroxide E528): เป็นสารออกฤทธิ์ที่ไม่มีคุณสมบัติที่เป็นอันตราย จึงเห็นควรบรรจุในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No 396/2005 (ซึ่งเป็นกลุ่มสารกำจัดศัตรูพืชที่ไม่มีการกำหนดค่า MRLs)
  4. เซนฟอยน์อัดเม็ด(Onobrychis viciifolia (sainfoin) dried pellets): เป็นสารออกฤทธิ์ที่ไม่มีคุณสมบัติที่เป็นอันตราย จึงเห็นควรบรรจุในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No 396/2005 (ซึ่งเป็นกลุ่มสารกำจัดศัตรูพืชที่ไม่มีการกำหนดค่า MRLs)
  5. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Vitis vinifera L. seed extract): เป็นสารออกฤทธิ์ที่ไม่มีคุณสมบัติที่เป็นอันตราย จึงเห็นควรบรรจุในภาคผนวก IV ของ Regulation (EC) No 396/2005 (ซึ่งเป็นกลุ่มสารกำจัดศัตรูพืชที่ไม่มีการกำหนดค่า MRLs)

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code