1. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2084 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้สารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืช (tocopherol extracts from vegetable oils) สารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืชที่มีสัดส่วนของเดลต้า-โทโคฟีรอลสูง (tocopherol- rich extracts from vegetable oils (delta rich)) และแอลฟา-โทโคฟีรอล (alpha-tocopherol) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้สารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืช (tocopherol extracts from vegetable oils) สารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืชที่มีสัดส่วนของเดลต้า-โทโคฟีรอลสูง (tocopherol- rich extracts from vegetable oils (delta rich)) และแอลฟา-โทโคฟีรอล (alpha-tocopherol) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางเทคโนโลยี (technological additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
(ก) สารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืช (tocopherol extracts from vegetable oils) สารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืชที่มีสัดส่วนของเดลต้า-โทโคฟีรอลสูง (tocopherol- rich extracts from vegetable oils (delta rich)) และแอลฟา-โทโคฟีรอล (alpha-tocopherol) ที่เคยได้รับอนุญาตโดย Implementing Regulation (EU) 2015/1152 และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 เมษายน 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืช (tocopherol extracts from vegetable oils) สารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืชที่มีสัดส่วนของเดลต้า-โทโคฟีรอลสูง (tocopherol- rich extracts from vegetable oils (delta rich)) และแอลฟา-โทโคฟีรอล (alpha-tocopherol) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืช (tocopherol extracts from vegetable oils) สารสกัดโทโคฟีรอลจากน้ำมันพืชที่มีสัดส่วนของเดลต้า-โทโคฟีรอลสูง (tocopherol- rich extracts from vegetable oils (delta rich)) และแอลฟา-โทโคฟีรอล (alpha-tocopherol) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2571 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

2. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2086 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้สารผสมจาก diclazuril (Clinacox 0,5 %) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้สารผสมจาก diclazuril (Clinacox 0,5 %) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มยาป้องกันและกำจัดเชื้อบิดและโรคที่เกิดจากปรสิต (Coccidiostats และ Histomonostats) และอนุญาตให้ใช้กับไก่เพื่อขุน และไก่เลี้ยงเพื่อไข่ เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นต่ำสุดและขั้นสูงสุด ในสัตว์ปีกที่เกี่ยวข้อง ที่ปริมาณขั้นต่ำสุด 1 มิลลิกรัมของสาร/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12) และปริมาณขั้นสูงสุด 1 มิลลิกรัมของสาร/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
(ก) สารผสมจาก diclazuril (Clinacox 0,5 %) ที่เคยได้รับอนุญาตโดย Regulation (EU) No 1118/2010 และ Implementing Regulation (EU) No 667/2013 และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 เมษายน 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมจาก diclazuril (Clinacox 0,5 %) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

3. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2130 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้สารผสมจาก endo-1,4-beta-xylanase ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis LMG S-15136 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้สารผสมจาก endo-1,4-beta-xylanase ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis LMG S-15136 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการย่อยอาหาร (digestibility enhancers) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ปีกและสุกรทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นต่ำสุด ในสัตว์ที่เกี่ยวข้อง ที่ปริมาณขั้นต่ำสุด 10 IU หน่วยกิจกรรม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
(ก) สารผสมจาก endo-1,4-beta-xylanase ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis LMG S-15136 ที่เคยได้รับอนุญาตโดย Implementing Regulation (EU) 2017/211, (EU) 2020/1377, (EU) 2021/1413 และ (EU) 2026/356 และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมดังกล่าวสำหรับสัตว์ปีก ลูกสุกรยังไม่หย่านม/หย่านมแล้ว สุกรเพื่อขุน แม่สุกรระยะให้นมลูก แม่สุกรระยะอุ้มท้อง และสุกรวัยเยาว์อื่นๆ (ยกเว้นเพื่อการสืบพันธุ์) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 เมษายน 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมจาก endo-1,4-beta-xylanase ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis LMG S-15136 ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

4. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2115 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้ menadione sodium bisulphite (vitamin K3) และ menadione nicotinamide bisulphite (vitamin K3) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้ menadione sodium bisulphite (vitamin K3) และ menadione nicotinamide bisulphite (vitamin K3) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางโภชนาการ (nutritional additives) โดยมีหน้าที่เป็นวิตามิน โปรวิตามิน และสารเคมีที่มีผลคล้ายคลึง (vitamins, pro-vitamins and chemically well-defined substances having similar effect) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
(ก) สารเสริม menadione sodium bisulphite (vitamin K3) และ menadione nicotinamide bisulphite (vitamin K3) ที่เคยได้รับอนุญาตโดย Implementing Regulation (EU) 2015/2307 และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารเสริมดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 14 เมษายน 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของสารเสริมดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของสารเสริมดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2571 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 24 กันยายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

5. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2129 ว่าด้วย การต่ออนุญาตให้ L-cysteine hydrochloride monohydrate เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบต่อการอนุญาตให้ L-cysteine hydrochloride monohydrate เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งกลิ่น (flavouring compounds) และอนุญาตให้ใช้กับแมวและสุนัข เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
(ก) สารเสริม L-cysteine hydrochloride monohydrate ที่เคยได้รับอนุญาตโดย Implementing Regulation (EU) 2015/2306 และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของสารผสมดังกล่าวสำหรับแมวและสุนัข ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 15 เมษายน 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของสารเสริม L-cysteine hydrochloride monohydrate สำหรับแมวและสุนัข ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2571 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code


