free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeRegulationสหภาพยุโรปปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารกำจัดศัตรูพืช difenoconazole ในสินค้าพืชและสัตว์

สหภาพยุโรปปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารกำจัดศัตรูพืช difenoconazole ในสินค้าพืชและสัตว์

Featured Image by Denniz Futalan under Pexels license
     Commission Regulation  (EU)  2026/2299  ว่าด้วย การปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารกำจัดศัตรูพืช difenoconazole ในสินค้าพืชและสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L ดังนี้

      คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารกำจัดศัตรูพืช difenoconazole ในสินค้าพืชและสัตว์ ดังนี้

  1. กำหนดปรับลดระดับค่า MRLs ในพืช ดังนี้

– มันฝรั่ง ที่ระดับ 0,07 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– มันเทศ ที่ระดับ 0,07 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– มะเขือม่วง ที่ระดับ 0,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ผักชาร์ด ที่ระดับ 3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– คาร์ดูน  ที่ระดับ 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ขึ้นฉ่าย ที่ระดับ 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

2. กำหนดคงระดับค่า MRLs ในพืช ดังนี้

– เอสคาโรล ที่ระดับ 3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เฟนเนล ที่ระดับ 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– รูบาร์บ ที่ระดับ 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

 3. ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะพิจารณาปรับค่า MRLs ของสารดังกล่าวในผลไม้กลุ่มที่มีแกนกลาง (pome fruits), ผลไม้กลุ่มที่มีเมล็ดแข็ง (stone fruits), องุ่น, สตรอว์เบอร์รี, แบล็กเบอร์รี, ราสเบอร์รี (สีแดงและสีเหลือง), มะกอกสำหรับรับประทาน, ลูกพลับญี่ปุ่น, กล้วย, หัวมันสำปะหลัง, มันเทศ/มันชนิดต่างๆ (yams), แอร์โรว์รูท (arrowroots), บีทรูท, แครอท, เซเลอรีชนิดหัว (celeriac), ฮอร์สแรดิช, เยรูซาเล็มอาร์ติโชก, พาร์สนิป, รากพาร์สลีย์, หัวไชเท้า, ซัลซิไฟ (salsify), สวีด (swede/rutabaga), เทอร์นิป, กระเทียม, หอมหัวใหญ่, หอมแดง, ต้นหอมและหอมชนิดอื่นๆ (Welsh onion), มะเขือเทศ, พริกหวาน (bell peppers), แตงกวา, แตงกวาเพื่อใช้ดอง (gherkins), ซุกกินี, เมลอน, ฟักทอง, แตงโม, บรอกโคลี, กะหล่ำดอก, กะหล่ำดาว (Brussels sprouts), กะหล่ำปลี, ผักกาดขาว (Chinese cabbage/pe-tsai), เคล, กะหล่ำปม (kohlrabi), ผักสลัดชนิดต่างๆ (lamb’s lettuce, lettuce), เครส (cress) และพืชงอกหรือยอดอ่อนอื่นๆ, แลนด์เครส (land cress), ร็อกเก็ต (rucola), มัสตาร์ดแดง, ผักใบอ่อน (รวมถึงพืชตระกูลกะหล่ำ), ผักโขม, ผักเบี้ย (purslane), วิทโลฟ/เอนไดฟ์ (witloof/Belgian endive), เชอร์วิล, กุยช่ายฝรั่ง (chives), ใบเซเลอรี, พาร์สลีย์, เซจ,      โรสแมรี่, ไทม์, โหระพาและดอกไม้ที่รับประทานได้, ใบกระวาน (laurel/bay leaves), ทาร์รากอน, ถั่ว (มีฝักและไม่มีฝัก), ถั่วลันเตา (มีฝักและไม่มีฝัก), ถั่วเลนทิล, หน่อไม้ฝรั่ง, อาร์ติโชก, ต้นกระเทียม (leek), ถั่วชนิดต่างๆ, ถั่วลูปิน, เมล็ดแฟลกซ์ (linseed), เมล็ดป๊อปปี้, เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดเรปซีด/คาโนลา, เมล็ดมัสตาร์ด, เมล็ดฝ้าย, เมล็ดคำฝอย, เมล็ดโบราจ (borage), เมล็ดโกลด์ออฟเพลเชอร์ (gold of pleasure), มะกอกสำหรับผลิตน้ำมัน, ข้าวบาร์เลย์, บัควีทและธัญพืชเทียมอื่นๆ, ข้าวโพด, ข้าวฟ่างชนิดโปรโซ (proso millet), ข้าวโอ๊ต, ข้าว, ข้าวฟ่าง (sorghum), เครื่องดื่มสมุนไพรที่ทำจากดอก ใบและสมุนไพร ราก เครื่องเทศประเภทเมล็ด เครื่องเทศประเภทผล ชะเอมเทศ ขมิ้น หัวบีทน้ำตาล รากชิโครี เนื้อสัตว์ปีก ไขมันสัตว์ปีก ตับสัตว์ปีก ไตสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ปีกที่รับประทานได้ และไข่ อีกครั้ง โดยจะใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ในช่วง 2 ปี นับจากวันที่ประกาศกฎระเบียบฯ

4. กำหนดให้คงระดับค่า MRLs จากการอิงค่าของ Codex Alilentarius (CXLs) ในแครนเบอร์รี่, ลูกแพร์หนาม (ผลไม้จากต้นกระบองเพชร), อะโวคาโด, ฝรั่ง, ข้าวโพดหวาน, ถั่วลิสง, ชา, เมล็ดกาแฟ, ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (สุกร วัว แกะ ม้า และสัตว์เลี้ยงในฟาร์มอื่นๆ) จากเนื้อเยื่อ (ไขมัน กล้ามเนื้อ ตับ และไต) และนม

5. กำหนดปรับระดับค่า MRLs ให้อยู่ที่ระดับค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถดักตรวจได้ (Limit of Determination: LOD) ในพืช ดังต่อไปนี้ เครื่องเทศจากเปลือกไม้ เครื่องเทศจากดอกตูม เครื่องเทศจากเกสรตัวเมีย และเครื่องเทศจากเนื้อผล

6. กำหนดปรับเพิ่มระดับค่า MRLs ในพืช ดังนี้

– ผลไม้ตระกูลส้ม ที่ระดับ 0,6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ถั่วเปลือกแข็ง ที่ระดับ 0,03 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– มะม่วง ที่ระดับ 0,2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– มะละกอ ที่ระดับ 0,3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ถั่วลันเตาแห้ง ที่ระดับ 0,15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ถั่วเหลือง  ที่ระดับ 0,15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

7. กำหนดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านให้กับสาร difenoconazole ในสินค้าพืชและสัตว์ที่ผลิตในสหภาพยุโรป หรือที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม 2570 โดยให้สามารถใช้ค่า MRLs เดิม

8.กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วันหลังจากที่ประกาศใน  EU  Official Journal  (ประกาศ ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code