เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำสหภาพยุโรป ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับผู้แทนสหพันธ์ผู้นำเข้าสินค้าอาหารของฝรั่งเศส (Fédération des Importateurs de Produits Alimentaires: FIPA) และสมาคมการค้าระหว่างประเทศด้านผลิตภัณฑ์แช่แข็งและแช่เยือกแข็งของฝรั่งเศส (Syndicat National du Commerce Extérieur des produits congelés et surgelés: SNCE) ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีนาย Hommel Kassa เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านกฎระเบียบและวิทยาศาสตร์ของ FIPA/SNCE เป็นผู้ให้ข้อมูลและร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น การหารือมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดฝรั่งเศส ปัญหาและอุปสรรคด้านกฎระเบียบการนำเข้าสินค้าของสหภาพยุโรป ตลอดจนแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย โดย SNCE เป็นองค์กรตัวแทนผู้ประกอบการนำเข้าและค้าระหว่างประเทศด้านสินค้าอาหารแช่แข็งและแช่เยือกแข็งของฝรั่งเศส มีสมาชิกประมาณ 85 บริษัท มูลค่าธุรกิจรวมประมาณ 7,000 ล้านยูโร และมีการจ้างงานโดยตรงประมาณ 8,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมผู้ประกอบการนำเข้า ผู้ค้า ผู้แปรรูป ผู้ให้บริการขนส่ง ห้องปฏิบัติการ และท่าเรือ โดยมีสินค้าประมงและอาหารทะเลเป็นกลุ่มสินค้าหลัก รวมถึงสินค้าสัตว์ปีกและอาหารแช่แข็งประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้ สมาคมมีบทบาทในการติดตามกฎระเบียบ ให้คำปรึกษาแก่สมาชิก และประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐฝรั่งเศส คณะกรรมาธิการยุโรป และองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฝรั่งเศสเป็นตลาดที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าประมงและอาหารทะเลจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง โดยประมาณร้อยละ 70 ของอุปทานมาจากการนำเข้า ในปี 2568 ฝรั่งเศสมีมูลค่านำเข้าสินค้าประมงและอาหารทะเลกว่า 7,200 ล้านยูโร ปริมาณนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำแช่แข็งประมาณ 454,000 ตัน และมูลค่านำเข้ากุ้งเขตร้อนประมาณ 653 ล้านยูโร ขณะที่ปริมาณการซื้อปลาทูน่ากระป๋องของภาคครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 64,000 ตัน สะท้อนถึงโอกาสของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะสินค้าประมงแปรรูป อาหารทะเลแช่แข็ง และปลาทูน่า อย่างไรก็ดี ความสามารถในการแข่งขันมิได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความต่อเนื่องของอุปทาน การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัย ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของสหภาพยุโรป โดยมีการหยิบยกปัญหาและอุปสรรค (1) การออกหนังสือรับรองสุขอนามัยสำหรับสินค้าที่มีส่วนประกอบจากสัตว์หลายชนิด (Mixed Products)อาทิ ซูริมิ (Surimi) ที่มีส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ไข่จากสหภาพยุโรป (2) ข้อกำหนดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารผสม (Composite Products) ที่มีส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นมจากสหภาพยุโรป โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านการผ่านกระบวนการให้ความร้อนเพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านสุขภาพสัตว์ (3) กฎระเบียบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารได้แก่ การตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมงและระบบรับรองการจับสัตว์น้ำ (IUU/CATCH) กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) และกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร ข้อมูล และระบบตรวจสอบย้อนกลับอย่างเหมาะสม และ (4) แนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาคเอกชนในอนาคตต่อไป


