| เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำสหภาพยุโรป (สปษ. สหภาพยุโรป) ได้เข้าร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พร้อมด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ประชุมหารือกับหน่วยงานกลางด้านสาธารณสุข ความปลอดภัยอาหาร และสิ่งแวดล้อม แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม (Federal Public Service Health, Food Chain Safety and Environment: FPS) ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Competent Authority: CA) ในการบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการ เตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) โดยเฉพาะการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ การจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารประกอบการตรวจสอบ ตลอดจนแนวทางการตรวจสอบและบังคับใช้กฎระเบียบของหน่วยงานผู้มีอำนาจของเบลเยียม โดย สวก. ได้นำเสนอความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบ National EUDR Single Window (NESW) ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รวบรวมผลผลิต โรงงานแปรรูป จนถึงผู้ส่งออก โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อมูลแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินและภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อใช้ตรวจสอบแหล่งผลิตและประเมินความเสี่ยงตามข้อกำหนด EUDR ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวสามารถตรวจสอบพิกัดและขอบเขตแปลงที่ดินโดยใช้ข้อมูลแผนที่ เปรียบเทียบกับข้อมูลพื้นที่ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมทั้งข้อมูลย้อนหลังเพื่อแสดงหลักฐานว่าพื้นที่เพาะปลูกมิได้เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ปัจจุบันระบบรองรับข้อมูลสินค้าหลัก ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ถั่วเหลือง และโกโก้ และอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับยางพาราและไม้เพิ่มเติม นอกจากนี้ สวก. อยู่ระหว่างพัฒนาเครื่องมือสำหรับให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบโดยตรงผ่านแอปพลิเคชันและบริการออนไลน์ เพื่อเพิ่มความครบถ้วนและความต่อเนื่องของข้อมูล โดยมีแนวทางถ่ายทอดการดูแลและพัฒนาระบบให้กรมส่งเสริมการเกษตรในระยะต่อไป ระบบ NESW สามารถรวบรวมข้อมูลพิกัดแปลงปลูก หลักฐานการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน และเอกสารแสดงความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อประมวลผลเป็นรายงานการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence Report: DDR) สำหรับให้ผู้ส่งออกไทยนำส่งแก่ผู้ประกอบการในสหภาพยุโรปเพื่อใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงและจัดทำคำแถลงการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence Statement: DDS) ทั้งนี้ ผู้แทนหน่วยงาน FPS ของเบลเยียมเห็นว่า ระบบ NESW ที่ประเทศไทยพัฒนาขึ้นมีความก้าวหน้าและเป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยซึ่งอาจประสบข้อจำกัดด้านต้นทุนและความสามารถในการจัดทำข้อมูลตาม EUDR การมีระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐและสามารถจัดทำรายงานประกอบการตรวจสอบได้ จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกษตรกรรายย่อยจะถูกกีดกันออกจากห่วงโซ่อุปทานของสหภาพยุโรป และเสนอให้ฝ่ายไทยจัดทำคำอธิบายขั้นตอนการทำงานของระบบ NESW วิธีการตรวจสอบพื้นที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า และแนวทางตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้อ้างอิงและชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ ฝ่ายเบลเยียมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่าสินค้าได้รับการผลิต เก็บเกี่ยว แปรรูป และขนส่งโดยปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศผู้ผลิต ซึ่งอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทาน โดยเสนอให้ประเทศไทยจัดทำบัญชีรายการกฎหมายและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าแต่ละประเภท พร้อมตัวอย่างเอกสาร อาทิ ใบอนุญาต หนังสือรับรอง และหลักฐานสิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารที่ผู้ประกอบการนำเสนอได้ นอกจากนี้ ได้มีการหารือในส่วนของการเข้าถึงฐานข้อมูลและระบบคลังข้อมูลกฎหมาย (Legal Repository): ฝ่ายไทยชี้แจงว่าได้รวบรวมกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับ EUDR และได้จัดเตรียมเนื้อหาสำหรับระบบฐานข้อมูลกฎหมายแล้วประมาณร้อยละ 90–95 อย่างไรก็ตาม ยังต้องปรับรูปแบบการจัดหมวดหมู่ข้อมูลให้สอดคล้องกับโครงสร้างที่คณะกรรมาธิการยุโรปและศูนย์การค้าระหว่างประเทศ (International Trade Centre: ITC) กำหนด ซึ่งจัดกลุ่มข้อมูลตามประเภทสินค้า รวมถึงประสานหน่วยงานเจ้าของกฎหมายหลายแห่งเพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน สำหรับการอนุญาตให้หน่วยงานผู้มีอำนาจหรือผู้ประกอบการในสหภาพยุโรปเข้าถึงข้อมูล และการตรวจสอบและการบังคับใช้ EUDR ของเบลเยียม: ฝ่ายเบลเยียมชี้แจงว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low-risk Countries) ตามระบบการจัดระดับความเสี่ยงของ EUDR ซึ่งหน่วยงานผู้มีอำนาจมีหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบตามสัดส่วนขั้นต่ำร้อยละ 1 สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องจากประเทศกลุ่มความเสี่ยงต่ำ โดยการคัดเลือกตรวจสอบจะพิจารณาจากข้อมูลการนำเข้าและปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง จากการประชุมหารือครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตาม EUDR โดยเฉพาะการได้รับข้อมูลแนวทางตรวจสอบจากหน่วยงานผู้มีอำนาจของเบลเยียมโดยตรง ซึ่งช่วยให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดเตรียมหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ ระบบ NESW ที่ สวก. พัฒนาขึ้นได้รับความสนใจจากฝ่ายเบลเยียม และมีศักยภาพในการช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการและเกษตรกรรายย่อย |