free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeActivityRAOT Project Paves the Way: Thai Agriculture Minister Endorses Thai Rubber in...

RAOT Project Paves the Way: Thai Agriculture Minister Endorses Thai Rubber in Inaugural Trade under EUDR Regulations, Setting the Stage for International Standards”

กระทรวงเกษตรฯ ขานรับกฎ EUDR จัด Kick Off ซื้อ-ขายยางตรวจสอบย้อนกลับผลผลิต ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Rubber Trade ของการยางแห่งประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสร้างเสถียรภาพยางพาราไทยให้แข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่

On April 27th, 2024, witnessed a significant step towards bolstering the stability of Thai rubber across its supply chain. At Bunjongburi Hotel in Surat Thani Province, the Ministry of Agriculture and Cooperatives orchestrated an extensive event titled “Ready for EUDR in Thailand.” This event marks the initiation of trade traceability through the Thai Rubber Trade platform, aligning with EUDR regulations for the first time. Presiding over the project launch, Captain Thamanat Prompow, Minister of Agriculture and Cooperatives, emphasized the concept of “RAOT ready to reach international standards.” This initiative aims to elevate Thai rubber farmers’ income levels while promoting environmental consciousness.

            Capt. Thamanat revealed that the Ministry of Agriculture and Cooperatives prioritizes the promotion of sustainable agriculture among Thai farmers by effectively managing agricultural resources. Embracing environmentally conscious farming practices (Go Green) stands as a cornerstone of the Ministry’s policies. Consequently, Thai rubber farmers and business operators are urged to diligently manage rubber data to align with the EU Deforestation-free Products Regulation (EUDR) and diverse international standards. Notably, the Ministry has been actively advocating for agricultural title deeds within the Agricultural Land Reform areas, encompassing rubber plantations spanning over 9.2 million rai. This initiative aims to grant rubber farmers rightful access to suitable arable land in compliance with Thai laws and EUDR regulations. The objective is to ensure the issuance of rubber tree deeds, facilitating the sustained presence of rubber trees across diverse areas, thereby broadening opportunities for farmers to acquire arable land. Consequently, farmers can leverage their assets for rubber plantation endeavors and engage in ancillary activities such as carbon credit generation within rubber plantations. Such efforts are poised to enhance the value of rubber production and augment farmers’ incomes, thereby realizing the Ministry’s sustainable farming objectives that prioritize both environmental and societal considerations.

             “Capt. Thamanat also highlighted that environmentally-conscious farming offers an avenue for rubber farmers and associated stakeholders to contribute to the preservation of the nation’s forests and address global environmental challenges. This approach aims to sustain the entire rubber supply chain, from upstream to downstream activities. He emphasized that such efforts will bolster Thailand’s rubber industry, positioning it as a robust and globally recognized entity. The focus remains on cultivating high-value agricultural products while fostering the sustainable management of agricultural resources.”

            Rubber Authority of Thailand Governor, Mr. Nakorn Tangavirapat stated that the traceable rubber trading Kick Off is underway, facilitated by digital auction methods through the Thai Rubber Trade (TRT) platform, managed by the Rubber Authority of Thailand.  This development marks a significant step in adhering to EDUR regulations, showcasing Thailand’s readiness in managing information systems effectively. The systematic collection of rubber yield data from each member ensures traceability of rubber origins in every lot. Furthermore, the utilization of blockchain technology in transactions enhances transparency, accuracy, and reliability, thereby bolstering auditing processes. During this inaugural traceable rubber trading, the auction price surged to xx baht per kilogram, totaling more than xx million baht. Private entrepreneurs acquiring the rubber will process it into rubber products for global sale. Previously, the Rubber Authority of Thailand has already prepared readiness to support the FDA and EUDR involved systematically gathering farmer registration data to identify and distinguish rubber plantations, ensuring traceability of rubber products from Rubbers Farmer’s Institute sold through the Rubber Authority of Thailand central market. As a result, rubber sourced from any member’s plantation can be traced back 100%.

            Mr. Nakorn further noted that during the event, a Memorandum of Understanding (MOU) between Government Agencies, The Rubber Farmers Institutes and Rubber Business Operators was also signed to promote rubber products in alignment with Thailand’s EU Deforestation-free Products Regulation (EUDR). This signifies the collective commitment of all sectors involved in advancing the Ready for EUDR in Thailand (RAOT) project, aimed at meeting international standards and fostering sustainable tire management practices. Such endeavors not only enhance the value and development of the rubber production sector but also contribute to the overall growth of the rubber industry. These efforts lay the groundwork for Thailand to emerge as a leading producer and exporter of high-quality rubber in the long term.

            “We are confident that the proactive implementation of measures to enhance the Thai rubber data management system in line with EUDR and other international standards, coupled with a focus on global environmental concerns, will yield positive impacts on the economy, society, and the environment. This will bring benefits to all sectors of the rubber industry, particularly by generating additional income for Thai rubber farmers. As per the Minister of Agriculture’s policy, ensuring farmers’ well-being is paramount, along with the promotion of high-value agricultural products and sustainable agricultural resources,” concluded the governor.

            ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ Ready for EUDR in Thailand : RAOT พร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล พร้อม Kick Off ซื้อขายยางตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตได้ โดยวิธีประมูลผ่านระบบดิจิทัล Thai Rubber Trade (TRT) โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ โรงแรมบรรจงบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่ง TRD เป็นแพลตฟอร์มของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำหรับใช้ซื้อขายประมูลยาง แสดงถึงความพร้อมของยางพาราไทยด้านการจัดการระบบข้อมูลที่รองรับกฎระเบียบ EU Deforestation-free Products Regulation (EUDR) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยระบบ TRT จะแสดงรายละเอียดยางที่ซื้อขายอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลผลผลิตยางของสมาชิกแต่ละรายอย่างเป็นระบบ จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับที่มาของยางได้ทุกล๊อต พร้อมนำเทคโนโลยี Block chain มาใช้ในการทำธุรกรรมเพื่อเพิ่มความโปร่งใส แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบ

            สำหรับการประเดิมซื้อขายยางที่ตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตได้ในครั้งนี้ มีเอกชนให้ความสนใจเข้าเสนอราคาประมูล โดยราคาประมูลวันนี้พุ่งสูงถึง 94.01 บาท/กก. รวมมูลค่ากว่า 41.2 ล้านบาท โดยยางที่ผู้ประกอบการเอกชนซื้อจะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางพาราจำหน่ายในตลาดโลกต่อไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ โดย กยท. ได้เตรียมความพร้อมรองรับกฎระเบียบ EUDR ไว้แล้ว โดยการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ จึงสามารถระบุและแยกแยะพื้นที่สวนยาง รวมถึงทราบได้ว่าผลผลิตยางจากสถาบันเกษตรกรที่นำมาขายผ่านตลาดกลาง กยท. มาจากสวนยางของสมาชิกรายใด จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ 100%

            “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญในการส่งเสริมเกษตรกรไทยก้าวสู่วิถีเกษตรยั่งยืน ด้วยการจัดการทรัพยากรการเกษตร ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก จึงผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและผู้ประกอบกิจการยางพาราไทยมีการจัดการข้อมูลยาง เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป (EU) และมาตรฐานระดับสากลต่าง ๆ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้ผลักดันโฉนดเพื่อการเกษตรในพื้นที่ ส.ป.ก. ที่เป็นพื้นที่สวนยาง กว่า 9.2 ล้านไร่ ให้พี่น้องชาวสวนยางมีสิทธิในพื้นที่ทำกินที่ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมายของไทย และกฎระเบียบ EUDR พร้อมกับการออกโฉนดต้นไม้ยาง เพื่อรับรองการมีอยู่ของต้นยางพาราในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการขยายโอกาสแก่เกษตรกรให้เข้าถึงพื้นที่ทำกิน สามารถแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพการทำสวนยาง รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การทำคาร์บอนเครดิตในสวนยาง นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิตยาง และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร บรรลุเป้าหมายทำเกษตรยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนเกิดการยกระดับพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมยางพาราของไทยให้มีความแข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรเกษตรให้ยั่งยืน” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

            นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการร่วมลงนามแสดงเจตจำนงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนสินค้ายางพาราตามกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของประเทศไทย ระหว่างภาครัฐ สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง แสดงให้เห็นว่าทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Ready for EUDR in Thailand : RAOT พร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดการพัฒนาการจัดการระบบยางอย่างยั่งยืน เพิ่มมูลค่าและพัฒนาธุรกิจผลผลิตยาง ตลอดจนอุตสาหกรรมด้านยางพาราอย่างครบวงจร เป็นการปูรากฐานไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกยางพาราที่มีคุณภาพในระยะยาว

            ด้าน นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการดำเนินมาตรการเชิงรุกที่มุ่งผลักดันระบบการจัดการข้อมูลยางพาราไทยภายใต้กฎระเบียบ EUDR และมาตรฐานสากลอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของโลก จะเกิดผลดีทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เกิดประโยชน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการยางพาราทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรชาวสวนยางไทย นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน

            ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือกับผู้ประกอบการยางพารา ถึงแนวทางในการพัฒนาศักยภาพการผลิตในอุตสาหกรรมยางเพื่อเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย พร้อมก้าวสู่การเป็นประเทศผู้นำในตลาดโลก