free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeRegulationสหภาพยุโรปปรับแก้ข้อกำหนดสุขอนามัยเฉพาะของสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์

สหภาพยุโรปปรับแก้ข้อกำหนดสุขอนามัยเฉพาะของสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Delegated Regulation (EU) 2025/1449 ว่าด้วย การปรับ แก้ Regulation (EC) No 853/2004 ภาคผนวก III เกี่ยวกับข้อกำหนดสุขอนามัยเฉพาะของสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์  ใน EU Official Journal L series โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. สุขอนามัยเฉพาะกรณีการเฉือดฉุกเฉินสัตว์เท้ากีบในครัวเรือน (domestic ungulates):กำหนดให้ปรับแก้จากการใช้การสำแดง (declaration) ตาม Point 5 Chapter VI Annex III Regulation (EC) No 853/2004  เป็นการใช้ข้อมูลห่วงโซ่อาหารที่แนบไปกับสัตว์ที่ถูกเชือดฉุกเฉินนอกโรงฆ่าสัตว์ เพื่อให้สามารถใช้เนื้อเพื่อการบริโภคได้ ตาม Section III ภาคผนวก II Regulation (EC) No 853/2004 แทน
  2. สุขอนามัยเฉพาะกรณีเรือแช่เยือกแข็ง (freezer vessels) ที่มีการแช่แข็งปลาในน้ำเกลือ (in brine):   ภายใต้ Annex III Section VIII Chapter I Part I.C Regulation (EC) No 853/2004 กำหนดให้เรือแช่เยือกแข็ง (freezer vessels) ต้องมีอุปกรณ์แช่เยือกแข็ง (freezing equipment) ที่มีความสามารถเพียงพอที่จะแช่แข็งได้อย่างรวดเร็วและอย่างต่อเนื่อง และมีระยะเวลาพักความร้อน (thermal arrest period) ที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้อุณหภูมิแกนกลางของปลาไม่เกิน -18 องศาเซลเซียส รวมถึงต้องมีอุปกรณ์ทำความเย็น (refrigeration equipment) ที่สามารถเก็บรักษาสินค้าประมงไว้ที่อุณหภูมิไม่เกิน -18 องศาเซลเซียส โดยห้องเก็บสินค้าประมง (storage holds) ห้ามนำไปใช้เพื่อการแช่แข็งสินค้า เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ข้างต้น รวมถึงต้องติดตั้งอุปกรณ์บันทึกอุณหภูมิให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถอ่านค่าได้ง่าย โดยเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิของเครื่องอ่านต้องอยู่บริเวณที่อุณหภูมิสูงที่สุดในห้องเก็บสินค้าประมงนั้นๆ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของเรือที่ออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเก็บรักษาสินค้าประมงได้นานกว่า 24 ชั่วโมง ภายใต้ Annex III Section VIII Chapter I Part II Point 8 Regulation (EC) No 853/2004 เรือแช่เยือกแข็ง (freezer vessels) ที่สามารถแช่แข็งปลาทูน่าในน้ำเกลือ (in brine) ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส จะต้องมีระบบอิเล็คทรอนิกส์ที่สามารถตรวจวัดและบันทึกอุณหภูมิของน้ำเกลือได้แบบเรียลไทม์จากบนฝั่งได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต้องถูกรวบรวมไว้ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักเข้าถึงได้ และต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าหัววัดอุณหภูมิหรือเซ็นเซอร์ได้รับการรับรองตามมาตรฐานการวัดอุณหภูมิสากลหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักต้องตรวจสอบความถูกต้อง และระบุศักยภาพในการแช่แข็งของเรือแช่เยือกแข็ง (freezer vessels) ที่มีการแช่แข็งปลาทูน่าในน้ำเกลือ ตามที่ระบุไว้ใน Part II Point 8 ในกระบวนการพิจารณาอนุมัติขึ้นบัญชีเรือแช่เยือกแข็ง ตามมาตรา 4(3) Regulation (EC) No 853/2004 หรือในกรณีอนุญาตให้เรือแช่เยือกแข็งที่ชักธงของประเทศที่สามบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อที่จัดทำขึ้นตามมาตรา 127(3) ข้อ (e)(ii) และ (iii) Regulation (EU) 2017/625) เรือโรงงาน (factory vessels) ที่แช่แข็งสินค้าประมงต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับเรือแช่เยือกแข็ง (freezer vessel) ตามที่กำหนดไว้ข้างต้น Part 1.C Points 1(a) และ 1(b)                                                                                               
  •   เรือห้องเย็น (reefer vessels) ที่ขนส่งและ/หรือจัดเก็บสินค้าประมงแช่แข็งในลักษณะเทกอง (in bulk) ต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของเรือบรรทุกแช่แข็ง (freezer vessels) ที่กำหนดไว้ใน point 1(b) Part C เกี่ยวกับความสามารถในการรักษาอุณหภูมิ
  • ในกรณีที่ปลาทูน่าทั้งตัว (whole tuna) พันธุ์ Thunnus และ Katsuwonus ถูกแช่แข็งในน้ำเกลือ (frozen in brine) ที่อุณหภูมิแกนกลาง -18 องศาเซลเซียสบนเรือแช่เยือกแข็ง (freezer vessels) โดยมีเงื่อนไขว่าการลดอุณหภูมิจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้:
  • ในกรณีที่ใช้กระบวนการแช่แข็งโดยตรงในน้ำเกลือ ระยะเวลารวมที่อุณหภูมิแกนกลางของปลาถึง -18 องศาเซลเซียส จะต้องไม่เกิน 96 ชั่วโมงหลังจากที่นำปลาทูน่าที่จับได้ครั้งแรกไปแช่ในน้ำเกลือ และปลาทูน่าต้องมีอุณหภูมิแกนกลางต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
  • ในกรณีที่ใช้กระบวนการทำให้เย็นลง (cooling process) ในน้ำทะเลสะอาดก่อนนำปลาทูน่าไปแช่ในน้ำเกลือ อุณหภูมิของปลาทูน่าและน้ำทะเลที่สะอาดต้องอยู่ที่ระดับ 3 องศาเซลเซียสภายในเวลาไม่ถึง 6 ชั่วโมง และที่ระดับ 0 องศาเซลเซียสภายในเวลาไม่ถึง 16 ชั่วโมง กระบวนการทำให้เย็นลงในน้ำทะเลสะอาดทั้งหมดต้องไม่เกินกว่า 72 ชั่วโมงหลังจากนำปลาทูน่าที่จับได้ครั้งแรกไปแช่ในถังน้ำทะเลสะอาดที่เย็นลงแล้ว เมื่อนำปลาทูน่าไปแช่ในน้ำเกลือ ระยะเวลารวมของกระบวนการแช่แข็งตั้งแต่อุณหภูมิที่แกนกลาง 0 องศาเซลเซียส ถึง -18 องศาเซลเซียส ต้องไม่เกิน 72 ชั่วโมง
  • ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารต้องตรวจสอบความเข้มข้นของเกลือในน้ำเกลือและดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อรักษาความเข้มข้นของเกลือตามที่กำหนดไว้ในแผนการตรวจสอบ เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารต้องบันทึกอุณหภูมิของตัวอย่างปลาทูน่าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้อุปกรณ์วัดอุณหภูมิที่เสียบอยู่ในส่วนที่ไวต่ออุณหภูมิในปลาที่จะแช่แข็ง
  • กำหนดให้โรงงานบนบก (establishments on land) ที่แช่แข็งหรือจัดเก็บสินค้าประมงแช่แข็งต้องมีอุปกรณ์ (equipment) ที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่จะดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของเรือแช่เยือกแข็ง (freezer vessels) ที่กำหนดไว้ใน Section VIII Chapter 1 Part I.C points 1(a) และ 1(b) 3. สุขอนามัยเฉพาะกรณีสินค้าที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์ขั้นสูง (highly refined products):

– ภายใต้ Annex III Section XVI Regulation (EC) No 853/2004 กำหนดข้อกำหนดเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปขั้นสูงบางชนิด ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารตาม Regulation (EC) No 1333/2008 ถือเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปขั้นสูง ดังนั้นจึงเห็นควรอนุญาต

  (1) ให้ใช้แมลง (insect) เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปขั้นสูง โดยปรับแก้ Annex III Section XVI ของ Regulation (EC) No 853/2004

(2) วัตถุเจือปนอาหารจากไขมันจากขนสัตว์ (wool grease) ต้องผ่านกระบวนการให้ความร้อนอย่างน้อย 135 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 90 นาที

    4. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2568) ทั้งนี้ ในส่วนข้อกำหนดของเรือแช่เยือกแข็ง (freezer vessels) ที่มีการแช่แข็งปลาในน้ำเกลือ (in brine)ให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code