ด้วยคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดยได้ออกกฎหมายลำดับรอง จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ (1) Commission Delegated Regulation (EU) 2026/1565 เพื่อปรับปรุงบัญชีรายการสินค้าตามภาคผนวก I (Annex I) ของกฎระเบียบ EUDR และ (2) Commission Implementing Act กำหนดหลักเกณฑ์ทางเทคนิคของระบบสารสนเทศ (EUDR Information System) พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้ให้การรับรอง (Adoption) เอกสาร Guidance ฉบับปรับปรุง (Third Edition) เพื่อใช้เป็นแนวทางประกอบการตีความตามกฎระเบียบ EUDR ของผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Simplification Package ที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 และต่อเนื่องจากการเลื่อนกำหนดการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR ซึ่งได้รับความเห็นชอบเมื่อเดือนธันวาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มความชัดเจนทางกฎหมาย ลดภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้กฎหมาย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1. การปรับปรุงบัญชีรายการสินค้าภายใต้ Annex I ของ EUDR คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศปรับปรุงบัญชีรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎระเบียบ EUDR โดยเป็นการปรับปรุงเฉพาะรายการผลิตภัณฑ์แปรรูป (Derived Products) ที่ได้จากสินค้าโภคภัณฑ์เดิม มิใช่การเปลี่ยนแปลงรายการสินค้า โภคภัณฑ์หลัก (Commodities) ทั้ง 7 ชนิด ที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบ โดยสาระสำคัญของการปรับปรุง Annex I มีดังนี้
1.1 สินค้าที่ถูกถอดออกจากขอบเขตของกฎระเบียบ ได้แก่ หนังโค หนังดิบ และหนังฟอก (Cattle hides, skins and leather) ยางรถยนต์หล่อดอก (Retreaded tyres) เมล็ดถั่วเหลืองสำหรับเพาะปลูก (Soybeans for sowing) ผลิตภัณฑ์ยางวัลคาไนซ์บางประเภท (Articles of vulcanised rubber) สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง (Conveyor and transmission belts) และเบาะที่นั่งสำหรับอากาศยานและยานยนต์ (Aircraft and motor vehicle seats) โดยการถอดสินค้าดังกล่าวออกจาก Annex I จะช่วยลดภาระของผู้ประกอบการในการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการจัดทำ Due Diligence ตามข้อกำหนดของ EUDR สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำหรือ มีความเชื่อมโยงกับการตัดไม้ทำลายป่าในระดับจำกัด
1.2 สินค้าที่เพิ่มเข้ามาอยู่ภายใต้กฎระเบียบได้แก่ กาแฟสำเร็จรูป (Soluble Coffee) ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์จากน้ำมันปาล์มบางรายการ (Certain Palm Oil Derivatives) และลิ้นวัวแช่แข็ง (Frozen Cattle Tongues) ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาเตรียมความพร้อม คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้สินค้าใหม่ทั้งสามกลุ่มจะเริ่มอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ EUDR ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2570 ซึ่งช้ากว่าการบังคับใช้กฎระเบียบสำหรับสินค้าประเภทอื่นอีก 1 ปี
1.3 นอกจากนี้ Delegated Regulation ยังได้กำหนดความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของกฎระเบียบ โดยระบุว่าตัวอย่างสินค้า (Samples) รวมถึงสินค้าที่นำเข้าเพื่อการวิเคราะห์ การตรวจสอบ และการทดสอบ (Products for Analysis, Examination and Testing) ไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎระเบียบ รวมทั้งกำหนดข้อยกเว้นเพิ่มเติมสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น ของเสีย (Waste) ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุที่ผ่านการใช้แล้วตามเงื่อนไขที่กำหนด วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เพื่อรองรับหรือปกป้องสินค้า และข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับสินค้าบางประเภทที่ใช้ในกระบวนการผลิตยา เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายและลดความซ้ำซ้อนของข้อกำหนด อนึ่ง ปัจจุบัน Delegated Regulation อยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบกฎหมายลูก (Scrutiny period) ของรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีสหภาพยุโรป (โดยทั่วไปกำหนดไว้เป็นเวลา 2 เดือน) ก่อนมีผลใช้บังคับตามกฎหมาย
2. การพัฒนาระบบสารสนเทศ (EUDR Information System) คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออก Commission Implementing Act เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ทางเทคนิคการดำเนินงานของ EUDR Information System ซึ่งเป็นระบบกลางสำหรับการยื่น Due Diligence Statement (DDS) ตามข้อกำหนดของกฎระเบียบ EUDR โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานของระบบให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั่วสหภาพยุโรป และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศสมาชิก โดยสาระสำคัญของ Implementing Regulation มีดังนี้
2.1 การรองรับ Simplified Declaration สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย: ระบบสารสนเทศได้รับการปรับปรุงให้รองรับการยื่น Simplified Declaration สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้าข่าย Micro and Small Primary Operators ตามที่กำหนดไว้ในกฎระเบียบ EUDR ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการลดภาระด้านเอกสารภายใต้ Simplification Package โดยผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวสามารถยื่นข้อมูลผ่านระบบในรูปแบบที่ง่ายขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
2.2 การปรับปรุงมาตรฐานการเชื่อมต่อข้อมูล (Application Programming Interface: API): คณะกรรมาธิการยุโรปได้ปรับปรุงข้อกำหนดทางเทคนิคของระบบ API เพื่อให้ระบบสารสนเทศของภาคเอกชนสามารถเชื่อมโยงกับ EUDR Information System ได้โดยอัตโนมัติ ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบของผู้ประกอบการ ระบบศุลกากร และระบบสารสนเทศของประเทศสมาชิก ทั้งนี้ การเชื่อมต่อผ่าน API จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) และระบบดิจิทัลของผู้ประกอบการในระยะยาว
2.3 การปรับปรุงระบบตามข้อเสนอแนะของผู้ใช้งาน: คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า การพัฒนาระบบครั้งนี้ได้คำนึงถึงข้อเสนอแนะจากประเทศสมาชิก ภาคธุรกิจ และผู้ใช้งานระบบในช่วงการทดสอบที่ผ่านมา โดยปรับปรุงรูปแบบการกรอกข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล และการทำงานของระบบให้มีความสะดวกและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะทยอยเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานใหม่เพิ่มเติมในช่วงฤดูร้อนของยุโรป
2.4 การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ: ภายหลังการปรับปรุงทางเทคนิค คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดใช้งานระบบสารสนเทศอีกครั้งเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2569 และมีแผนทยอยเผยแพร่เอกสารประกอบการใช้งานเพิ่มเติม ได้แก่ คู่มือการใช้งาน (User Manual) เอกสารทางเทคนิค (Technical Documentation) และข้อกำหนดสำหรับการเชื่อมต่อ API รวมทั้งจัดการฝึกอบรม (Training Sessions) สำหรับภาคธุรกิจตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR
3. การปรับปรุงเอกสาร Guidance ในการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR: คณะกรรมาธิการยุโรปได้ให้การรับรองเอกสาร Guidance ฉบับปรับปรุง (Third Edition) และเผยแพร่ครบทุกภาษาราชการของสหภาพยุโรป เพื่อใช้เป็นแนวทางประกอบการตีความและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ EUDR โดยมิได้แก้ไขสาระสำคัญของกฎหมาย แต่ได้เพิ่มเติมคำอธิบายและตัวอย่างการปฏิบัติในประเด็นที่ภาคธุรกิจและประเทศสมาชิกมีข้อสงสัย เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างสอดคล้องกันทั่วสหภาพยุโรป ทั้งนี้ สาระสำคัญของ Guidance ฉบับปรับปรุง ประกอบด้วย
3.1การกำหนดบทบาทของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน โดยเอกสาร Guidance ได้อธิบายบทบาทและหน้าที่ของ Operator, Micro and Small Primary Operator, Downstream Operator และ Trader ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงอธิบายความรับผิดชอบของผู้ประกอบการในกรณีการนำเข้าการส่งออก การค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และการดำเนินพิธีการศุลกากร เพื่อให้สามารถระบุผู้รับผิดชอบในการจัดทำ Due Diligence ได้อย่างถูกต้อง
3.2 การจัดทำ Due Diligence และการประเมินความเสี่ยง โดยเอกสาร Guidance ได้ขยายรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำ Due Diligence การใช้ Simplified Due Diligence สำหรับสินค้าที่มาจากประเทศความเสี่ยงต่ำ (Low-risk Countries) ตลอดจนหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) โดยเน้นการพิจารณาความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และความถูกต้องตามกฎหมายของประเทศผู้ผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมตามลักษณะของสินค้าและห่วงโซ่อุปทานแต่ละประเภท
3.3 การพิสูจน์ความถูกต้องตามกฎหมายและการใช้ข้อมูลประกอบ โดยเอกสาร Guidance ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารและข้อมูลที่สามารถใช้ประกอบการพิสูจน์การปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศผู้ผลิต (Legality) พร้อมทั้งย้ำว่า Certification และ Third-party Verification สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบ การประเมินความเสี่ยงได้ แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนการจัดทำ Due Diligence ของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปมีแผนจัดทำ Repository of Relevant Legislation ภายในเดือนธันวาคม 2569 เพื่อรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศผู้ผลิตและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ EUDR
3.4 การตีความขอบเขตของสินค้า โดยเอกสาร Guidance ได้เพิ่มเติมคำอธิบายเกี่ยวกับขอบเขตของสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบ อาทิ บรรจุภัณฑ์ (Packaging Materials) ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลและของเสีย (Recycled and Recovered Products) ผลิตภัณฑ์ผสม (Composite Products) รวมถึงการตีความเกี่ยวกับพื้นที่ป่า การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร และระบบวนเกษตร (Agroforestry) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎระเบียบและลดความแตกต่างในการตีความของประเทศสมาชิก
4. ความคืบหน้าของการดำเนินงานภายใต้ Simplification Package: มาตรการที่ประกาศครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการครบถ้วนตาม Simplification Package ที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอไว้ในการประชุม Multi-Stakeholder Platformครั้งที่ 41 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 โดยมาตรการภายใต้ Simplification Package ประกอบด้วย (1) เอกสาร Guidance (Third Edition) ซึ่งได้รับการปรับปรุงเนื้อหาและรับรองอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยแพร่ครบทุกภาษาราชการของสหภาพยุโรป (ซึ่งเดิมเผยแพร่เฉพาะภาษาอังกฤษ) (2) เอกสารคำถามที่พบบ่อย (FAQs) ฉบับปรับปรุง (3) Commission Delegated Regulation เพื่อปรับปรุงบัญชีรายการสินค้าตามภาคผนวก I (Annex I) และ (4) Commission Implementing Regulation กำหนดหลักเกณฑ์ทางเทคนิคของ EUDR Information System
5. กำหนดการบังคับใช้ EUDR คณะกรรมาธิการยุโรปยืนยันว่า การประกาศมาตรการเพิ่มเติมในครั้งนี้ ไม่มีผลต่อกำหนดการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR ซึ่งยังคงเป็นไปตามที่ได้แก้ไขไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2568 โดยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎระเบียบตั้งแต่ วันที่ 30 ธันวาคม 2569 ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจขนาดเล็กที่เข้าเกณฑ์จะเริ่มอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตั้งแต่ วันที่ 30 มิถุนายน 2570 อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ภายใต้ Annex I ได้แก่ กาแฟสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์จากน้ำมันปาล์มบางรายการ และลิ้นวัวแช่แข็ง คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้เริ่มอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ EUDR ตั้งแต่ วันที่ 30 ธันวาคม 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎระเบียบ

Commission Delegated Regulation (EU) 2026/1565

Commission Implementing Act (EU) 2026/1565

Updated guidance document

Frequently Asked Questions

| EUDR supply chain infographics |

