คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1306 ว่าด้วย การอนุญาตให้วางจำหน่ายสารสกัดจากแครอทอุดมด้วย rhamnogalacturonan-I (cRG-I) เป็นอาหารใหม่ (novel food) ภายใต้ Regulation (EU) 2015/2283 ซึ่งเป็นการปรับแก้ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/2470 ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2565 บริษัท NutriLeads B.V. ของเนเธอร์แลนด์ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อขอขึ้นทะเบียนสารสกัดจากแครอทอุดมด้วย rhamnogalacturonan-I (cRG-I) เป็นอาหารใหม่ภายใต้ Regulation (EU) 2015/2283 มาตรา 10(1)
หน่วยงานความปลอดภัยอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA) ได้ทำการประเมินและลงความเห็นว่า สารสกัดจากแครอทอุดมด้วย rhamnogalacturonan-I (cRG-I) มีความปลอดภัยต่อการบริโภค และเป็นไปตามข้อกำหนดของ Regulation (EU) 2015/2283 จึงเห็นชอบให้สารสกัดจากแครอทอุดมด้วย rhamnogalacturonan-I (cRG-I) บรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่ออาหารใหม่ (Novel food) ใน Commission Implementing Regulation (EU) 2017/2470 โดยอนุญาตให้ใช้ในอาหารเสริม (ยกเว้นอาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก) อาหารเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์พิเศษ อาหารทดแทนเพื่อควบคุมน้ำหนัก อาหารแปรรูปจากธัญพืชและอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก มูสลี่และธัญพืชอาหารเช้าแบบผสมอื่นๆ ที่คล้ายคลึง บาร์ธัญพืช เครื่องดื่มจากผลไม้ บิสกิต ขนมปังกรอบ และคุกกี้ ซุป/ซุปเข้มข้น เครื่องดื่มนมปรุงแต่งรส เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของโยเกิร์ต นมเทียม ครีมเทียม ชีสเทียม และโยเกิร์ตเทียม โดยกำหนดสัดส่วนการบริโภคสูงสุด (Maximum levels) ตามตารางการใช้งาน และกำหนดให้ต้องระบุบนฉลากว่า « มีส่วนผสมของสารสกัดจากแครอทอุดมด้วย rhamnogalacturonan-I (cRG-I) » และระบุเพิ่มเติมบนอาหารเสริมว่า « เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบไม่ควรบริโภค »
การขึ้นทะเบียนสารสกัดจากแครอทอุดมด้วย rhamnogalacturonan-I (cRG-I) เป็นอาหารใหม่ให้แก่บริษัทผู้ยื่นคำร้อง NutriLeads B.V. ของเนเธอร์แลนด์ ในครั้งนี้ ไม่ได้ถือเป็นการกีดกันให้ผู้ยื่นคำร้องรายอื่นๆ ไม่สามารถขอขึ้นทะเบียนสินค้าชนิดเดียวกันได้ หากข้อมูลที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องมีความถูกต้อง/ครบถ้วนเป็นไปตามกฎระเบียบ แม้ว่า บริษัท NutriLeads B.V. จะได้ยื่นขอการปกป้องข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ เป็นเวลา 5 ปี จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2574
กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code


