1. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/528 ว่าด้วย การอนุญาตให้น้ำมันหอมระเหยพิมเสนเทศ (patchouli essential oil from Pogostemon cablin Benth.) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้น้ำมันหอมระเหยพิมเสนเทศ (patchouli essential oil from Pogostemon cablin Benth.) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางประสาทสัมผัส (sensory additives) โดยมีหน้าที่เป็นสารแต่งกลิ่น (flavouring compounds) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 1 เมษายน 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านในการอนุญาต ดังนี้
(ก) น้ำมันหอมระเหยพิมเสนเทศ (patchouli essential oil from Pogostemon cablin Benth.) และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของพิมเสนเทศ ที่ได้รับอนุญาตภายใต้ Directive 70/524/EEC ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยพิมเสนเทศ (patchouli essential oil from Pogostemon cablin Benth.) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 เมษายน 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหยพิมเสนเทศ (patchouli essential oil from Pogostemon cablin Benth.) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 เมษายน 2571 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

2. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/538 ว่าด้วย การอนุญาตให้แซนแทนกัม (xanthan gum) ที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas campestris ATCC SD 7012 หรือ DSM 23730 หรือ CNCM I-4861 หรือ CIP 74.23 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้แซนแทนกัม (xanthan gum) ที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas campestris ATCC SD 7012 หรือ DSM 23730 หรือ CNCM I-4861 หรือ CIP 74.23 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เพื่อช่วยให้ความคงตัว (stabiliser) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด นอกเหนือจากแมว สุนัข และสัตว์น้ำ เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 1 เมษายน 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้ใช้สารเสริมดังกล่าวขั้นสูงสุดในสัตว์ต่างๆ ดังนี้
– ไก่งวงเพื่อขุน ที่ปริมาณ 75 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ไก่เพื่อขุนหรือเลี้ยงเพื่อไข่หรือเพื่อเพาะพันธุ์ สัตว์ปีกวัยเยาว์เพื่อขุนหรือเลี้ยงเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ และนกสวยงาม ที่ปริมาณ 56 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์ปีกเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ ที่ปริมาณ 83 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลูกสุกร ที่ปริมาณ 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรเพื่อขุน ที่ปริมาณ 120 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรเพศเมีย ที่ปริมาณ 146 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลูกวัว ที่ปริมาณ 233 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– แกะ/แพะ รวมถึงสัตว์เคี้ยวเอื้อง (นอกเหนือจากแกะและแพะ) อูฐเพื่อขุนหรือเพื่อผลิตนมหรือเพื่อเพาะพันธุ์ ที่ปริมาณ 220 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ (นอกเหนือจากแกะและแพะ) และอูฐเพื่อผลิตนมหรือเพื่อเพาะพันธุ์ ที่ปริมาณ 143 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ม้า ที่ปริมาณ 220 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลา ที่ปริมาณ 88 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์อื่นๆ (ยกเว้นแมว สุนัข และสัตว์น้ำ) ที่ปริมาณ 56 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
3) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านในการอนุญาต ดังนี้
(ก) แซนแทนกัม (xanthan gum) และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของแซนแทนกัม (xanthan gum) ที่ได้รับอนุญาตภายใต้ Directive 70/524/EEC เพื่อใช้สำหรับสัตว์ทุกชนิด นอกเหนือแมว สุนัข และสัตว์น้ำ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของแซนแทนกัม (xanthan gum) เพื่อใช้สำหรับสัตว์ทุกชนิด นอกเหนือแมว สุนัข และสัตว์น้ำ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 เมษายน 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของแซนแทนกัม (xanthan gum) เพื่อใช้สำหรับสัตว์ทุกชนิด นอกเหนือแมว สุนัข และสัตว์น้ำ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 เมษายน 2571 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
4) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

3. Commission Implementing Regulation (EU) 2026/540 ว่าด้วย การอนุญาตให้อะคาเซียกัม (acacia gum) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้อะคาเซียกัม (acacia gum) เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เพื่อช่วยให้ความคงตัว (stabiliser) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 1 เมษายน 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้ใช้สารเสริมดังกล่าวขั้นสูงสุดในสัตว์ต่างๆ ดังนี้
– ไก่งวงเพื่อขุน ที่ปริมาณ 375 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ไก่เพื่อขุนหรือเลี้ยงเพื่อไข่หรือเพื่อเพาะพันธุ์ สัตว์ปีกวัยเยาว์เพื่อขุนหรือเลี้ยงเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ และนกสวยงาม ที่ปริมาณ 278 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์ปีกเพื่อไข่หรือเพาะพันธุ์ ที่ปริมาณ 415 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรเพื่อขุน ที่ปริมาณ 600 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลูกสุกร ที่ปริมาณ 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุกรเพศเมีย ที่ปริมาณ 729 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลูกวัว ที่ปริมาณ 1,164 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– แกะ/แพะ ที่ปริมาณ 1,100 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ (นอกเหนือจากแกะและแพะ) และอูฐเพื่อขุนหรือเพื่อผลิตนมหรือเพื่อเพาะพันธุ์ ม้า และแมว ที่ปริมาณ 1,100 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์เคี้ยวเอื้อง (นอกเหนือจากแกะและแพะ) และอูฐเพื่อผลิตนมหรือเพื่อเพาะพันธุ์ ที่ปริมาณ 715 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ลา ที่ปริมาณ 440 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ปลา (เพื่อผลิตเป็นอาหาร) ที่ปริมาณ 1,257 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สุนัข ที่ปริมาณ 1,320 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– ปลาสวยงาม ที่ปริมาณ 4,889 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
– สัตว์อื่นๆ ที่ปริมาณ 278 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ (ที่มีความชื้นร้อยละ 12)
3) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านในการอนุญาต ดังนี้
(ก) อะคาเซียกัม (acacia gum) และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของอะคาเซียกัม (acacia gum) ที่ได้รับอนุญาตภายใต้ Directive 70/524/ ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ข) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของอะคาเซียกัม (acacia gum) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 เมษายน 2570 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
(ค) อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ (feed materials) ที่ไม่ใช้สำหรับสัตว์ที่ผลิตเพื่อเป็นอาหาร ที่มีส่วนประกอบของอะคาเซียกัม (acacia gum) ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 1 เมษายน 2571 โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบฉบับเดิมก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569 สามารถวางจำหน่ายและใช้ได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า
4) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code


