ด้วยรัฐบาลฝรั่งเศสได้ออกคำสั่ง (Arrêté) ลงวันที่ 5 มกราคม 2569 มีผลบังคับใช้ในประเทศฝรั่งเศส เพื่อระงับการนำเข้า การนำเข้าสู่ตลาด และการวางจำหน่ายสินค้าอาหารที่มาจากประเทศนอกสหภาพยุโรป หากตรวจพบสารตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชบางชนิดที่ถูกห้ามใช้ในสหภาพยุโรป รายละเอียดตามเอกสารแนบ สรุปสาระสำคัญของมาตรการดังกล่าวได้ดังนี้
1. ที่มาและพื้นฐานทางกฎหมาย: มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการเชิงป้องกันและมีลักษณะชั่วคราว ซึ่งฝรั่งเศสใช้อำนาจตามมาตรา 54 ของ Regulation (EC) No 178/2002 ว่าด้วยกฎหมายอาหารของสหภาพยุโรป ที่เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกสามารถดำเนินมาตรการได้ในกรณีที่พบความเสี่ยงร้ายแรงต่อความปลอดภัยอาหาร และในช่วงที่สหภาพยุโรปยังมิได้กำหนดมาตรการในระดับภูมิภาคโดย
1.1 ฝรั่งเศสให้เหตุผลว่าการตรวจพบสารตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชที่ถูกห้ามใช้ในสหภาพยุโรปในสินค้าอาหารนำเข้าจากประเทศที่สาม อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ฝรั่งเศสได้ร้องขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาลดค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารดังกล่าว ลงสู่ระดับต่ำสุดที่สามารถตรวจวัดได้ อย่างไรก็ดี เนื่องจากยังไม่มีมาตรการระดับสหภาพยุโรป ฝรั่งเศสจึงออกคำสั่งดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ คำสั่งกำหนดให้มาตรการสิ้นสุดลงทันทีเมื่อมีมาตรการของสหภาพยุโรป หรือไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่มีผลบังคับใช้
1.2นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังอ้างอิงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Regulation (EC) No 396/ 2005 ว่าด้วยค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุด และ Regulation (EC) No 1107/2009 ว่าด้วยการอนุญาตใช้ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ซึ่งสารออกฤทธิ์หลายชนิดที่ระบุในคำสั่งนี้ได้ถูกเพิกถอนการอนุญาตใช้ในสหภาพยุโรปแล้ว
1.3 ในด้านวิชาการ คำสั่งดังกล่าวอ้างอิงความเห็นล่าสุดของหน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA) รวมถึงมติของคณะกรรมาธิการโคเด็กซ์ (Codex Alimentarius Commission) สมัยที่ 48 (ปี ค.ศ. 2025) ที่ได้เพิกถอนค่ามาตรฐานปริมาณตกค้างสูงสุดของสารคาร์เบนดาซิม (Carbendazim) และสารที่สลายตัวไปเป็นคาร์เบนดาซิม ซึ่งสะท้อนแนวโน้มมาตรฐานสากลที่เข้มงวดขึ้นด้านความปลอดภัยอาหาร
2. ขอบเขตของมาตรการ: คำสั่งของฝรั่งเศสระบุสารกำจัดศัตรูพืชที่อยู่ภายใต้มาตรการ จำนวน 5 ชนิด ได้แก่เบโนมิล (Benomyl)คาร์เบนดาซิม (Carbendazim)ไธโอฟาเนต-เมทิล (Thiophanate-methyl)กลูโฟซิเนต (Glufosinate) และแมนโคเซบ (Mancozeb)โดยห้ามมิให้มีการนำเข้า การนำเข้าสู่ตลาด หรือการวางจำหน่ายในฝรั่งเศสของสินค้าอาหาร ทั้งในรูปวัตถุดิบและแปรรูป หากตรวจพบสารตกค้างของสารดังกล่าวในระดับที่สามารถตรวจวัดได้ มาตรการครอบคลุมรายการสินค้าอาหารจำเพาะประมาณ 30 รายการ ตามบัญชีคู่สินค้า/สาร ในภาคผนวกของคำสั่ง ซึ่งประกอบด้วยสินค้าหลักประมาณ 30 รายการ ได้แก่ กลุ่มผลไม้ (เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม แอปเปิล สาลี่ ผลไม้ตระกูลเมล็ดแข็ง องุ่น มะม่วง มะละกอ และผลไม้เมืองร้อนบางชนิด) กลุ่มผัก (เช่น มะเขือเทศ มะเขือยาว พริกหวาน กระเจี๊ยบ ถั่วฝัก ผักสลัด กะหล่ำดาว และเห็ดเพาะเลี้ยง) กลุ่มธัญพืชและเมล็ดพืช (ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ และเมล็ดถั่วเหลือง) และกลุ่มพืชหัว ได้แก่ มันฝรั่งโดยมาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นเฉพาะสินค้าอาหารจากประเทศนอกสหภาพยุโรปที่มีสารตกค้างของสารข้างต้นในระดับที่ตรวจวัดได้เท่านั้น มิได้เป็นการห้ามนำเข้าสินค้าโดยรวม
3. การบังคับใช้: คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 1 วันหลังประกาศ และกำหนดให้ผู้นำเข้าและผู้ประกอบการอาหารในฝรั่งเศสต้องดำเนินการตรวจสอบ ตามมาตรา 17 ของ Regulation (EC) 178/2002 เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าอาหารที่นำเข้าและวางจำหน่ายเป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบแหล่งที่มา การประเมินความเสี่ยง การขอเอกสารยืนยันจากผู้ส่งออก และการสุ่มตรวจวิเคราะห์สารตกค้าง นอกจากนี้ ทางการฝรั่งเศสได้ประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้านำเข้ากลุ่มเสี่ยงทั้ง ณ จุดผ่านแดนและในท้องตลาด โดยหากตรวจพบการฝ่าฝืน สินค้าจะถูกระงับการนำเข้า หรือสั่งทำลายหรือส่งกลับประเทศต้นทาง และผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ คำสั่งได้กำหนดช่วงผ่อนผันสำหรับสินค้าที่ได้จัดซื้อหรืออยู่ระหว่างการขนส่งภายในหนึ่งเดือนหลังวันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะไม่ถูกบังคับใช้ย้อนหลัง

