free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeRegulationสหภาพยุโรปปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืชในสินค้าพืชและสัตว์

สหภาพยุโรปปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืชในสินค้าพืชและสัตว์

pineapples on shelves
Photo by Nadin Sh on Pexels.com

Commission Regulation (EU)  2026/215 ว่าด้วย การปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด  (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืช 3 รายการ ได้แก่ สาร dimoxystrobin สาร ethephon และสาร propamocarb ในสินค้าพืชและสัตว์ ใน  Official Journal of the European Union ชุด L ดังนี้

          คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืช 3 รายการ ได้แก่ สาร dimoxystrobin สาร ethephon และสาร propamocarb ในสินค้าพืชและสัตว์ ดังนี้

  1. สาร dimoxystrobinไม่ได้รับการต่ออนุญาตให้ใช้งานเป็นสารออกฤทธิ์โดย Commission Implementing Regulation (EU) 2023/1436 กำหนดยกเลิกค่า MRLs ของสาร dimoxystrobin ในสินค้าพืชและสัตว์ทุกชนิด และให้ปรับใช้ค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถดักตรวจได้ (Limit of Determination: LOD) แทน โดยให้บรรจุอยู่ในภาคผนวก V ของ Regulation (EC) No 396/2005 ทั้งนี้ Codex ไม่มีการกำหนดค่า CXLs ของสาร dimoxystrobin และสหภาพยุโรปไม่ได้อนุโลม import tolerance ในสินค้าใดๆ ให้แก่ประเทศที่สาม
  2. สาร  ethephon ได้รับการต่ออนุญาตให้ใช้งานเป็นสารออกฤทธิ์โดย Commission Implementing Regulation (EU) 2023/2591อย่างไรก็ดี EFSA ปรับลดค่าปริมาณที่ยอมรับได้ต่อวัน (Acceptable Daily Intake: ADI) จากเดิมที่ระดับ 0,03 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน เป็นที่ระดับ 0,02 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน และกำหนดให้ปรับชนิดสารพิษตกค้างที่กำหนดให้ตรวจ  (residue  definition)  ค่ารวมของสาร ethephon ในธัญพืช และกำหนดให้คงค่า MRLs ในสินค้าพืช ดังนี้

– วอลนัท ที่ระดับ 0,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ข้าวบาร์เลย์ ที่ระดับ 1,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ข้าวไรย์ ที่ระดับ 0,8 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ข้าวสาลี ที่ระดับ 0,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เฮเซลนัท ที่ระดับ 0,2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เชอร์รี ที่ระดับ 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ฟิก/มะเดื่อฝรั่ง ที่ระดับ 3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– มะกอกเพื่อบริโภค ที่ระดับ 7 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– กากี/ลูกพลับ ที่ระดับ 0,3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– มะเขือเทศ ที่ระดับ 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– มะกอกเพื่อผลิตน้ำมัน ที่ระดับ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– พลัม ที่ระดับ 0,05 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

กำหนดให้คงค่า MRLs ในสินค้าพืชและสัตว์ในระหว่างที่คณะกรรมาธิการยุโรปจะพิจารณาปรับค่า MRLs ของสารดังกล่าวอีกครั้ง โดยจะใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ในช่วง 2 ปี นับจากวันที่ประกาศกฎระเบียบฯ    

ดังนี้

– แพร์ ที่ระดับ 0,05 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– องุ่นเพื่อบริโภค ที่ระดับ 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– องุ่นเพื่อทำไวน์ ที่ระดับ 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เมล็ดฝ้าย ที่ระดับ 6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ผลิตภัณฑ์จากสุกร วัว แกะ แพะ ม้า สัตว์ปีก และสัตว์บกอื่นๆ ที่เลี้ยงในฟาร์ม (ครอบคลุมเนื้อ, ไขมัน, ตับ  , ไต และเครื่องในบริโภคได้)  ที่ระดับ 0,05 – 0,4  มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– นม ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ไข่นก ที่ระดับ 0,02 มิลลิกรัม/กิโลกรัม                     

กำหนดให้ปรับลดค่า MRLs ในสินค้าพืช ดังนี้

– สับปะรด ที่ระดับ 1,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– บลูเบอร์รี ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– แอปเปิ้ล ที่ระดับ 0,7 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

3.สาร propamocarb

  • กำหนดให้ปรับลดค่า MRLs ในสินค้าพืช ดังนี้

– ผักกาดหอม ที่ระดับ 30 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

  • กำหนดให้คงค่า MRLs ในสินค้าสัตว์ ดังนี้

– น้ำผึ้ง ที่ระดับ 15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

  • คณะกรรมาธิการยุโรปอนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านให้กับสินค้าที่วางจำหน่ายในสหภาพยุโรป ก่อนวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยให้สามารถใช้ค่า MRLs เดิม ยกเว้นสำหรับสาร ethephon ในแอปเปิ้ลและบลูเบอร์รี และสาร propamocarb ในผักกาดหอม
  • กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้  20 วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal  (ประกาศ ณ วันที่ 30 มกราคม 2569) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code