รายงานความคืบหน้าล่าสุดของการจัดทำกรอบกฎหมายของสหภาพยุโรปว่าด้วยเทคนิคจีโนมใหม่ (New Genomic Techniques: NGTs) ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชและความมั่นคงทางอาหารของสหภาพยุโรป รายละเอียดตามเอกสารแนบ โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1. พัฒนาการล่าสุดของกรอบกฎหมาย NGTs ของสหภาพยุโรป: เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the EU) และรัฐสภายุโรป (European Parliament) ได้บรรลุข้อตกลงชั่วคราว (provisional agreement) ร่วมกันเกี่ยวกับร่างกฎระเบียบว่าด้วยพืชที่ได้จากเทคนิคจีโนมใหม่ (NGTs) ซึ่งนับเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญในกระบวนการนิติบัญญัติของสหภาพยุโรป หลังจากมีการหารือในประเด็นดังกล่าวมาเป็นระยะเวลานาน โดยกรอบกฎหมายใหม่นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรและระบบอาหารของยุโรป ควบคู่กับการส่งเสริมความยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการจัดทำกรอบกฎหมายที่ชัดเจน ทันสมัย และตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับการใช้เทคนิคจีโนมใหม่ในการปรับปรุงพันธุ์พืช
2. สาระสำคัญของกรอบกฎหมายที่ตกลงกัน: ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้มีการแบ่งพืชที่ได้จากเทคนิคจีโนมใหม่ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
(1) พืช NGT ประเภทที่ 1 (Category 1 NGT plants): เป็นพืชที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ด้วยเทคนิคจีโนมใหม่ในลักษณะที่เทียบเท่ากับการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติหรือการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิม พืชกลุ่มนี้จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับพืชทั่วไป และไม่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม (GMO) ของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์ที่ได้จากพืชดังกล่าวไม่ต้องติดฉลากว่าเป็น GMO หรือ NGT อย่างไรก็ดีวัสดุขยายพันธุ์พืชและเมล็ดพันธุ์ จะต้องมีการติดฉลากเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับและความโปร่งใส
(2) พืช NGT ประเภทที่ 2 (Category 2 NGT plants): เป็นพืชที่มีการปรับปรุงพันธุกรรมในลักษณะที่ซับซ้อนมากขึ้น หรือมีลักษณะเฉพาะที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น ความทนทานต่อสารกำจัดวัชพืช หรือการสร้างสารกำจัดแมลง พืชกลุ่มนี้จะยังคงอยู่ภายใต้กฎหมาย GMO ของสหภาพยุโรปอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงข้อกำหนดด้านการอนุญาต การประเมินความเสี่ยง และการติดฉลาก
นอกจากนี้ ข้อตกลงยังได้กำหนดมาตรการด้านความโปร่งใสและทรัพย์สินทางปัญญาโดยกำหนดให้มีการจัดทำฐานข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับพืช NGT ประเภทที่ 1 รวมถึงข้อมูลสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดตั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อศึกษาผลกระทบของการจดสิทธิบัตรต่อการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ การแข่งขัน และผู้ปรับปรุงพันธุ์รายย่อยในยุโรป
3. สถานะทางกฎหมายและขั้นตอนถัดไป: ข้อตกลงที่บรรลุเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ยังอยู่ในสถานะข้อตกลงชั่วคราว และต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากทั้งรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายของสหภาพยุโรปต่อไป โดยคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับภายในระยะเวลาไม่นานภายหลังการรับรองอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ สามารถสืบค้นข้อมมูลเพิ่มเติมได้ที่

