free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeRegulationสหภาพยุโรปปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืชในสินค้าพืชและสัตว์

สหภาพยุโรปปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืชในสินค้าพืชและสัตว์

Featured Image by Raul Gonzalez Escobar on Unsplash

Commission Regulation  (EU)  2026/1314 ว่าด้วย การปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด  (MRLs)  ของสารปราบศัตรูพืช 6 รายการ ได้แก่ (1) สาร 1,4-dimethylnaphthalene (2) สาร chlormequat (3) สาร metribuzin (4) สาร metribuzin-desamino-diketo (5) สาร terbuthylazine และ (6) สาร triclopyr ในสินค้าพืชและสัตว์ ใน  Official Journal of the European Union ชุด L ดังนี้

คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรปรับปริมาณสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ของสารปราบศัตรูพืช 6 รายการ ได้แก่ สาร 1,4-dimethylnaphthalene สาร chlormequat สาร metribuzin สาร metribuzin-desamino-diketo สาร terbuthylazine และสาร triclopyr ในสินค้าพืชและสัตว์ ดังนี้

  • สาร 1,4-dimethylnaphthalene จากข้อมูลการตรวจสอบล่าสุดพบว่า สารตกค้างของ 1,4- dimethylnaphthalene ในผลิตภัณฑ์จากพืช (ยกเว้นมันฝรั่ง) มีปริมาณสูงกว่าค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถดักตรวจได้/ค่าขีดจำกัดการตรวจวัด (Limit of Determination: LOD) จึงเห็นควรกำหนดค่า MRL ชั่วคราวไว้ที่ระดับ 0,03 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ในผลิตภัณฑ์จากพืช (ยกเว้นมันฝรั่ง) ซึ่งระดับดังกล่าวสอดคล้องกับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 99 ของผลการวิเคราะห์ตัวอย่างทั้งหมด และให้มีการทบทวนค่า MRL ชั่วคราวนี้อีกครั้งหลังจาก 7 ปีนับจากวันที่กฎระเบียบนี้ประกาศใช้
  • สาร  terbuthylazine กำหนดให้คงค่า MRL สำหรับข้าวโพดหวาน เมล็ดทานตะวัน เนื้อวัว และเนื้อม้า อย่างไรก็ดี EFSA กำหนดให้ปรับลดค่า MRL ให้อยู่ที่ค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถดักตรวจได้ (Limit of Determination: LOD) ในสินค้าพืช ดังนี้

– ลูปิน/ถั่วลูปิน  ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เมล็ดฝ้าย ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

  • สาร triclopyr กำหนดให้คงค่า MRL สำหรับแอปเปิ้ล แพร์ พีช แอพริคอต และข้าว อย่างไรก็ดี EFSA กำหนดให้ปรับลดค่า MRL ให้อยู่ที่ค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถดักตรวจได้ (Limit of Determination: LOD) ในเกรฟฟรุ๊ต ที่ระดับ 0,01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และกำหนดค่า MRL ในสินค้าพืช ดังนี้

– ส้ม ที่ระดับ 0,07 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– มะนาว ที่ระดับ 0,07 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– ส้มแมนดาริน ที่ระดับ 0,07 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

กำหนดค่า MRLs ในสินค้าสัตว์ ดังนี้

– เนื้อ ไขมัน ตับ ไต เครื่องที่บริโภคได้ จากสุกร ที่ระดับ 0,015 – 1,5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เนื้อ ไขมัน ตับ ไต เครื่องที่บริโภคได้ จากวัว ที่ระดับ 0,05 – 4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เนื้อ ไขมัน ตับ ไต เครื่องที่บริโภคได้ จากแกะ ที่ระดับ 0,06 – 5  มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เนื้อ ไขมัน ตับ ไต เครื่องที่บริโภคได้ จากแพะ ที่ระดับ 0,06 – 5  มิลลิกรัม/กิโลกรัม                                                                                           

– นมจากวัว แกะ และแพะ ที่ระดับ 0,01 – 0,015  มิลลิกรัม/กิโลกรัม

  • สาร chlormequat กำหนดให้กำหนดค่า MRLs ชั่วคราว ในสินค้าพืช ดังนี้

– เห็ดหอยนางรม ที่ระดับ 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– เห็ดเพาะ ที่ระดับ 0,6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

    ซึ่งระดับดังกล่าวสอดคล้องกับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 และที่ 97,5 ของผลการวิเคราะห์ตัวอย่างทั้งหมด และให้มีการทบทวนค่า MRL ชั่วคราวนี้อีกครั้งหลังจาก 7 ปีนับจากวันที่กฎระเบียบนี้ประกาศใช้

กำหนดให้ปรับลดค่า MRLs ในสินค้าสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นเนื้อและไตจากแกะและแพะ และกำหนดให้ยกเลิกค่า CXLs ของ Codex และกำหนดค่า MRLs ใหม่ในสินค้าสัตว์ ดังนี้

– นม (วัว ม้า และสัตว์อื่นๆ)  ที่ระดับ 0,3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

– สัตว์ปีก (เนื้อ และไขมัน) ที่ระดับ 0,05 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

  • สาร metribuzin และสาร metribuzin-desamino-diketo (metribuzin-DADK)  ไม่ได้รับการต่ออนุญาตให้ใช้งานเป็นสารออกฤทธิ์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 จึงเห็นควรกำหนดให้แยกชนิดสารพิษตกค้างที่กำหนดให้ตรวจ  (residue  definition)  ในสินค้าพืช ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ค่าของสาร metribuzin และค่าของเมตาบอไลต์ metribuzin-desamino-diketo (metribuzin-DADK) และกำหนดค่าปริมาณต่ำสุดที่สามารถดักตรวจได้ (Limit of Determination: LOD) ของสาร metribuzin และสาร metribuzin-desamino-diketo (metribuzin-DADK)  ในสินค้าพืชและสัตว์
  •  คณะกรรมาธิการยุโรปอนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านให้กับสินค้าที่วางจำหน่ายในสหภาพยุโรป ก่อนวันที่ 6 มกราคม 2570 โดยให้สามารถใช้ค่า MRLs เดิม
  •  กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้  20 วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal  (ประกาศ ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2569) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code