free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomeRegulationยุทธศาสตร์ด้านปศุสัตว์ของสหภาพยุโรป (EU Livestock Strategy)

ยุทธศาสตร์ด้านปศุสัตว์ของสหภาพยุโรป (EU Livestock Strategy)

cows on pasture land
Photo by photosbee on Pexels.com

ด้วย คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เผยแพร่ยุทธศาสตร์ด้านปศุสัตว์ของสหภาพยุโรป (EU Livestock Strategy) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ด้านปศุสัตว์ระดับสหภาพยุโรปฉบับแรก เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคปศุสัตว์ในระยะยาว โดยมุ่งรักษาความสามารถของสหภาพยุโรป ในการแข่งขัน ควบคู่กับการเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อวิกฤต ความยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร สวัสดิภาพสัตว์ และการพัฒนาชนบทอย่างสมดุล ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการสืบเนื่องจากวิสัยทัศน์ด้านเกษตรและอาหารของสหภาพยุโรป (Vision for Agriculture and Food) ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และจะเชื่อมโยงกับการจัดทำนโยบายเกษตรร่วม (Common Agricultural Policy: CAP) ภายหลังปี 2570 ต่อไป สรุปสาระสำคัญและข้อคิดเห็น ดังนี้

 1. ความเป็นมา

     1.1 ภาคปศุสัตว์เป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของสหภาพยุโรป คิดเป็นประมาณร้อยละ 40 ของมูลค่ารวมภาคเกษตร โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 400,000 ล้านยูโรต่อปี ครอบคลุมฟาร์มปศุสัตว์ประมาณ 4 ล้านฟาร์ม และสนับสนุนการจ้างงานประมาณ 7 ล้านคนตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร การดำรงอยู่ของชุมชนชนบท และการรักษาภูมิทัศน์ทางการเกษตรของยุโรป

      1.2 อย่างไรก็ตาม ภาคปศุสัตว์ของสหภาพยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันหลายประการ อาทิ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความผันผวนของตลาดโลก ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การระบาดของโรคสัตว์ การขาดแคลนแรงงาน และจำนวนเกษตรกรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สหภาพยุโรปมีสุกรประมาณ 132 ล้านตัว โค 72 ล้านตัว แกะ 54 ล้านตัว แพะ 10 ล้านตัว และสัตว์ปีกประมาณ 1.6 พันล้านตัว ขณะที่จำนวนปศุสัตว์ส่วนใหญ่ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2548 ได้แก่ โคลดลงร้อยละ 10 สุกรลดลงร้อยละ 15 และแกะกับแพะลดลงประมาณร้อยละ 25–26 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภาคการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

    1.3 ยุทธศาสตร์ด้านปศุสัตว์ของสหภาพยุโรป จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบนโยบายระยะยาวให้ภาคปศุสัตว์ของสหภาพยุโรปสามารถคงบทบาทในฐานะภาคยุทธศาสตร์ด้านอาหาร เศรษฐกิจชนบท และความสามารถในการแข่งขันของสหภาพยุโรป โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละภูมิภาค ไม่ใช้มาตรการแบบเดียวกันกับทุกพื้นที่ และไม่มุ่งลดจำนวนปศุสัตว์โดยรวม หากแต่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และมาตรฐานการผลิต

2. สาระสำคัญของยุทธศาสตร์

  2.1 ยุทธศาสตร์ด้านปศุสัตว์ของสหภาพยุโรปกำหนดกรอบการดำเนินงานไว้ 5 ด้าน ได้แก่

(1) การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภาคปศุสัตว์ต่อวิกฤต (A resilient livestock sector that withstands crisis) โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะพัฒนาเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น ระบบประกันภัยและประกันภัยต่อสำหรับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและโรคสัตว์ การจัดทำคู่มือบริหารความเสี่ยงสำหรับประเทศสมาชิก การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการสนับสนุนการใช้วัคซีนเชิงป้องกันบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการใช้หลักการแบ่งเขตโรค (Regionalisation) และการแบ่งสถานประกอบการหรือระบบการผลิตที่ปลอดโรค(Compartmentalisation) ตามมาตรฐานองค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH)

(2) การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคปศุสัตว์ในสหภาพยุโรปและตลาดโลก (A competitive livestock sector at EU and global level) โดยจะสนับสนุนการลงทุน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การลดภาระด้านกฎระเบียบ การใช้เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รวมทั้งใช้การทูตด้านอาหารและเกษตร (Agri-food Diplomacy) และภารกิจระดับสูง (High-level Missions) เพื่อเปิดตลาดสินค้าเกษตรของสหภาพยุโรปในประเทศคู่ค้า

(3) การส่งเสริมภาคปศุสัตว์ที่ยั่งยืน (A sustainable livestock sector) โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะเสนอแก้ไขกฎหมายด้านสวัสดิภาพสัตว์เป็นระยะ เริ่มจากไก่ไข่และไก่เนื้อภายในสิ้นปี 2569 และสุกรภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2570 โดยให้ความสำคัญกับการยกเลิกระบบกรงเลี้ยง การกำหนดตัวชี้วัดสวัสดิภาพสัตว์ในระดับฟาร์ม การยุติการทำลายลูกไก่เพศผู้อย่างเป็นระบบ และการพิจารณาข้อกำหนดเทียบเท่าสำหรับสินค้านำเข้า (Equivalent Import Requirements) ให้สอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO)

(4) การพัฒนาภาคปศุสัตว์ให้สอดคล้องกับความหลากหลายของพื้นที่ในสหภาพยุโรป (A livestock sector fitting European territorial diversity) โดยสหภาพยุโรปจะสนับสนุนระบบการผลิตที่เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ชนบท พื้นที่ภูเขา พื้นที่ชายแดน และพื้นที่เสี่ยงต่อการร้างถิ่นฐาน รวมทั้งพัฒนาแนวทางสำหรับโรงฆ่าสัตว์ขนาดเล็กหรือเคลื่อนที่ได้ เพื่อลดการขนส่งสัตว์มีชีวิตและสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น

(5) การส่งเสริมความเป็นเลิศในการผลิตปศุสัตว์ (Excellence in livestock production) โดยสหภาพยุโรปจะส่งเสริมระบบรับรองคุณภาพ การติดฉลากแหล่งกำเนิดสินค้า การส่งเสริมสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) สินค้าอินทรีย์ และการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรของสหภาพยุโรป เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตรจากสัตว์ในตลาดโลก

    2.2 ภาคผนวก (Annex) ของยุทธศาสตร์ได้กำหนดการดำเนินงานสำคัญ (Key Actions) ที่คณะกรรมาธิการยุโรปจะทยอยดำเนินการผ่านการจัดทำข้อเสนอทางกฎหมาย มาตรการสนับสนุน และแนวทางปฏิบัติในช่วงปี 2569 เป็นต้นไป โดยการดำเนินงานที่มีกรอบเวลาชัดเจนและมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย

ช่วงเวลาการดำเนินงาน
ปี 2569 เป็นต้นไปจัดตั้ง Livestock Platform เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการเลี้ยงสัตว์ จัดทำ Risk Management Manual สำหรับประเทศสมาชิก และดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือวิกฤตของภาคปศุสัตว์
ไตรมาสที่ 4 ปี 2569เสนอข้อเสนอทางกฎหมายเพื่อปรับปรุงมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์สำหรับไก่ไข่และไก่เนื้อ ครอบคลุมการกำหนดตัวชี้วัดด้านสวัสดิภาพสัตว์ การยกเลิกระบบกรงเลี้ยง และการพิจารณาข้อกำหนดเทียบเท่าสำหรับสินค้านำเข้า (Equivalent Import Requirements)
ไตรมาสที่ 2 ปี 2570เสนอข้อเสนอทางกฎหมายเพื่อปรับปรุงมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์สำหรับสุกร พร้อมดำเนินการพัฒนาเครื่องมือและแนวทางสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคปศุสัตว์ รวมถึงวิธีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับฟาร์ม (Farm-level Greenhouse Gas Methodology)
ระยะต่อไปทยอยดำเนินมาตรการอื่นตามยุทธศาสตร์ อาทิ การส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านโปรตีน (Protein Action Plan) และการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคปศุสัตว์

2.3 นอกจากยุทธศาสตร์ด้านปศุสัตว์แล้ว คณะกรรมาธิการยุโรปยังเผยแพร่แผนปฏิบัติการด้านโปรตีน (Protein Action Plan) ควบคู่กัน โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาการนำเข้าโปรตีนสำหรับอาหารสัตว์และเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืชน้ำมันและพืชโปรตีนที่ผลิตภายในสหภาพยุโรปและใช้เป็นอาหารสัตว์ จากประมาณร้อยละ 25.8 ในปัจจุบัน เป็นร้อยละ 35 ภายในปี 2578 ซึ่งสะท้อนแนวทางของสหภาพยุโรปในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก

เอกสาร Press Release: Commission sets the direction for prosperous livestock sector and
a self-sufficient protein system

เอกสาร Communication from the Commission to the European Parliament, the Council, the European Economic and Social Committee and the Committee of the Regions:
Eu Strategy On Livestock

เอกสาร Commission
Staff Working Document:
The EU livestock sector

เอกสาร Action Plan for resilience, strategic autonomy and sustainability of
the EU protein system