| เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ร่วมกับบริษัท Access-Europe ได้จัดการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group Meeting) เรื่อง EUDR 2026: Thailand’s Readiness and Outlook for a New Era of Deforestation-Free Supply Chains ณ Salons de l’hôtel des Arts et Métiers กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและประสบการณ์จากหน่วยงานและภาคธุรกิจยุโรป โดยได้เชิญนายสงขลา จุลกะเศียน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) / ผู้อำนวยการสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำสหภาพยุโรป (สปษ. สหภาพยุโรป) เข้าร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อ Business Perspectives and EUDR Best Practice Sharing ร่วมกับผู้แทนสมาคมโกโก้แห่งยุโรป (European Cocoa Association: ECA) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ (1) การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อ EUDR: ผู้แทน สวก. และบริษัท Access-Europe ได้นำเสนอภาพรวมความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อ EUDR โดยระบุว่าประเทศไทยได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบ วิเคราะห์โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนผู้ประกอบการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับระดับประเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งผลิตไปยังผู้ส่งออกและผู้ประกอบการในสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางเป็นสินค้าหลักของไทยที่อยู่ภายใต้ขอบเขต EUDR คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 90 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ EUDR ของไทย ขณะที่สินค้าอื่น ได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ปาล์มน้ำมัน โกโก้ และกาแฟ ยังมีโอกาสในการพัฒนาตลาดภายใต้แนวโน้มความต้องการสินค้าที่ผลิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้แทนฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ซึ่งอาจเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุน ความรู้ทางเทคนิค และความสามารถในการจัดเก็บข้อมูล โดยภาครัฐมีบทบาทในการพัฒนาเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการฝึกอบรมและให้คำแนะนำแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของ EUDR ได้อย่างเหมาะสม (2) การพัฒนาระบบ National EUDR Single Window ของประเทศไทย: ผู้แทน สวก. ได้นำเสนอระบบ National EUDR Single Window (NESW) ผ่านเว็บไซต์ eudrthai.com ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางในการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรทั้ง 7 กลุ่มสินค้าภายใต้ EUDR ซึ่งระบบ NESW เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมป่าไม้ การยางแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยใช้ระบบเชื่อมต่อข้อมูล (Application Programming Interface: API) เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลพื้นที่เพาะปลูก การใช้ประโยชน์ที่ดิน และแหล่งที่มาของสินค้า (3) ประเด็นที่ สปษ. สหภาพยุโรป นำเสนอในฐานะวิทยากร: สปษ. สหภาพยุโรป ได้ร่วมอภิปรายในหัวข้อ Business Perspectives and EUDR Best Practice Sharing โดยนำเสนอข้อสังเกตจากการติดตามความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายและกฎระเบียบของสหภาพยุโรป รวมถึงการประชุมหารือกับหน่วยงานผู้มีอำนาจของเบลเยียมเกี่ยวกับการบังคับใช้ EUDR เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ สถานะความเสี่ยงต่ำของประเทศไทย: การที่สหภาพยุโรปจัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ (Low Risk) ถือเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย อย่างไรก็ดี สถานะดังกล่าวมิได้หมายความว่าสินค้าจากประเทศไทยจะได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดทั้งหมด โดยผู้ประกอบการยังคงต้องให้ความสำคัญกับระบบตรวจสอบย้อนกลับ ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวมถึงการจัดเตรียมหลักฐานที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการและหน่วยงานกำกับดูแลของสหภาพยุโรป การสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย: ประเทศไทยมีเกษตรกรรายย่อยจำนวนมากที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร โดยข้อจำกัดสำคัญมิได้อยู่ที่ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการใช้เทคโนโลยี การจัดเก็บข้อมูล และการจัดส่งข้อมูลให้แก่ผู้ประกอบการในสหภาพยุโรป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่ใช้งานง่าย มีต้นทุนเหมาะสม และส่งเสริมการเข้าถึงของเกษตรกรรายย่อย เพื่อป้องกันมิให้เกษตรกรถูกกีดกันออกจากห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ การพัฒนาระบบที่ตอบสนองต่อการใช้งานจริง: แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบดิจิทัลและฐานข้อมูลระดับประเทศ แต่การดำเนินงานในระยะต่อไปควรให้ความสำคัญกับความต้องการที่แท้จริงของผู้นำเข้าและผู้ประกอบการในสหภาพยุโรป โดยเฉพาะประเภทข้อมูล รูปแบบเอกสาร และวิธีการส่งต่อข้อมูล ตลอดจนความสามารถในการเชื่อมโยงหรือใช้งานร่วมกัน (Interoperability) ระหว่างระบบของประเทศไทยกับระบบที่ภาคธุรกิจยุโรปใช้อยู่ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนและภาระต้นทุนที่ไม่จำเป็น ความชัดเจนของข้อกำหนดและความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย: ผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความคาดหวังและข้อกำหนดของผู้ซื้อและหน่วยงานสหภาพยุโรปที่มีความชัดเจนและสอดคล้องกัน โดยการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าไม่สามารถดำเนินการได้โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความเข้าใจร่วมกัน ข้อมูลที่เชื่อถือได้ แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยและสหภาพยุโรป (4) มุมมองของภาคธุรกิจยุโรปและแนวปฏิบัติที่ดี: ผู้แทน European Cocoa Association (ECA) ได้นำเสนอประสบการณ์การเตรียมความพร้อมของอุตสาหกรรมโกโก้ยุโรปต่อ EUDR โดยเน้นว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบจำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน มิใช่เพียงการระบุพิกัดแหล่งผลิตและปลายทางการส่งออกเท่านั้น แต่ต้องสามารถแสดงหลักฐานเชื่อมโยงสินค้าในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รวบรวมผลผลิต โรงงานแปรรูป จนถึงผู้ส่งออก รวมถึงการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างปริมาณผลผลิตกับพื้นที่เพาะปลูก เพื่อป้องกันการนำสินค้าจากแหล่งผลิตอื่นมาปะปน หรือการสำแดงแหล่งที่มาของสินค้าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านการดำเนินงาน โดยเฉพาะประเด็นข้อจำกัดทางเทคนิคของข้อมูลพิกัด การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในพื้นที่จริง และการเชื่อมโยงระบบข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชน การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอความก้าวหน้าของประเทศไทยต่อภาคธุรกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ National EUDR Single Window ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับและสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรไทยในตลาดสหภาพยุโรปต่อไป |





