คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Recommendation (EU) 2026/2297 ว่าด้วย ข้อแนะนำในการเฝ้าระวังและป้องกันการปนเปื้อนของไนเตรตและไนไตรต์ (nitrate and nitrite) ในวัตถุดิบอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. เนื่องจากหน่วยงานความปลอดภัยอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA) ได้แจ้งว่า มีการตรวจพบการปนเปื้อนของไนเตรตและไนไตรต์ในพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ (forages and roughage)
2. คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรให้ประเทศสมาชิกฯ ทำการสุ่มตัวอย่างพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ (forages and roughage) รวมถึงผลิตภัณฑ์และผลพลอยได้จากหัวบีทน้ำตาล อ้อย จากการผลิตแป้ง และการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนของไนเตรตและไนไตรต์ในวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงป้องกันการปนเปื้อนโดยใช้หลักปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) เพื่อให้มั่นใจว่า ระดับไนเตรตในอาหารสัตว์อยู่ในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตลอดจนการจัดสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูกให้เหมาะสม และให้ความสำคัญกับการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน (ไม่ควรใส่มากเกินไปหรือใส่ในช่วงเวลาที่สายเกินไป) ปัจจัยที่ส่งผลให้พืชสะสมไนเตรต ได้แก่ ภาวะภัยแล้ง สภาพอากาศที่มีเมฆมากหรืออากาศเย็น รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์อารักพืชบางชนิด นอกจากนี้ ระดับไนเตรตยังขึ้นอยู่กับระยะการเจริญเติบโต (โดยทั่วไปพืชอายุน้อยจะมีระดับไนเตรตสูงกว่า และระดับไนเตรตจะลดลงเมื่อพืชโตเต็มที่) และส่วนของพืช (ไนเตรตส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ที่บริเวณโคนต้น) ดังนั้น การเก็บเกี่ยวในช่วงที่พืชใกล้โตเต็มที่และการปรับระดับหัวตัดให้สูงขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงส่วนโคนต้น จะช่วยลดความเสี่ยงจากความเป็นพิษของไนเตรตได้ สำหรับพืชอาหารสัตว์หรือพืชอาหารหยาบที่มีไนเตรตสูง ควรนำมาทำเป็นหญ้าหมัก (silage) เนื่องจากกระบวนการหมักที่เหมาะสมจะช่วยลดระดับไนเตรตลงได้
3. ทั้งนี้ กำหนดเกณฑ์ในการสุ่มตรวจไนเตรตและไนไตรต์ ดังต่อไปนี้
– น้ำที่สัตว์ใช้ดื่มหรือน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ควรมีระดับไนเตรตต่ำ (ต่ำกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร)
– ในกรณีที่ตรวจพบไนเตรตในระดับสูงมากในอาหารสัตว์ (มากกว่า 4,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยคำนวณเทียบกับอาหารสัตว์ที่มีความชื้น 12%) ควรหลีกเลี่ยงการนำอาหารดังกล่าวไปเลี้ยงสัตว์ที่กำลังตั้งท้อง และจำกัดสัดส่วนของอาหารดังกล่าวในสูตรอาหารสำหรับสัตว์อื่น ๆ
– ผลิตภัณฑ์หรือผลพลอยได้จากหัวบีท อ้อย จากการผลิตแป้ง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรป้องกันไม่ให้มีระดับไนไตรต์สูง โดยการหลีกเลี่ยงหรือลดการปนเปื้อนของแบคทีเรีย ทั้งนี้ วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีไนไตรต์ (ในรูปของ NaNO2) เกินกว่า 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (คำนวณเทียบกับอาหารสัตว์ที่มีความชื้น 12%) ไม่ควรนำไปใช้เลี้ยงสัตว์
4. กำหนดให้ประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปต้องส่งมอบผลการสุ่มตรวจหาไนเตรตและไนไตรต์ในวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตามแบบฟอร์มการส่งมอบที่ EFSA กำหนดไว้ใน “Guidance on standard Sample Description (SSD) for Food and Feed” และ “EFSA’s additional specific reporting requirements”
5. ทั้งนี้ รายละเอียดของข้อแนะนำดังกล่าวสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code


