free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
Home Blog

ข้อมูลการขออนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยง(สุนัขและแมว) ทางด่านกักสัตว์สุวรรณภูมิ / IMPORTATION OF DOG AND CAT

0

ขั้นตอนที่1 เอกสารสำหรับการขอ Import permit

– สำเนา passport ของผู้เดินทาง หรือผู้ที่ทำการนำเข้าสัตว์เลี้ยง

– ที่อยู่ประเทศต้นทาง และที่อยู่ที่ประเทศไทย

– รายละเอียดของสัตว์เลี้ยง (เช่น พันธุ์, เพศ, อายุ, สี, microchip เป็นต้น)

– ฝังไมโครชิพ

– สุนัขและแมวต้องมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป

– เอกสารการฉีดวัคซีน (rabies vaccination, DHP/L etc.) เข็มแรกไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนเดินทาง

– รูปภาพของสัตว์เลี้ยง

– รายละเอียดการเดินทาง (วัน, เวลา, flight ที่จะถึงประเทศไทย)

– ชื่อสนามบินที่ใช้ในการส่งออกสัตว์เลี้ยง

– แนบเอกสาร ร.1/1

– ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (ถ้ามี)

ขั้นตอนที่2 ในวันนำเข้า ยื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตฯ (แบบ ร.6, ร.7)

– สำเนา Import Permit

– เอกสาร Health Certificate ต้นฉบับ (รับรองตามเงื่อนไขใน Import Permit และ Requirement)

– สำเนา Air Way Bill

– สำเนา Invoice (ถ้ามี)

– Draft ใบขนสินค้าขาเข้าศุลกากร

ตัวอย่างเอกสารการนำเข้าสุนัขและแมว

เอกสารต่างๆ


 List of required documents for the Importation of pet dog and cat

1. To get a transit permit, all required documents must be submitted for review at least seven days before a permit will be issued.

– A copy of identification card of an importer.

– Address in your country and address in Thailand.

– Detail of your animal (such as type of breed, sex age, microchip etc.

– Your pet have over 4 months.

– Microchip

– History of vaccination (A copy of vaccination record : rabies and DHP/L vaccination) more than 21 days prior travelling.

– Picture of your animal.

– Approximate date of arrival to Thailand.

– Name of port of exit from your country.

– Form1/1

– Username and password (If you have it)

2. To get a transit license R6 and R7, the following documents are required on the day of animal arrival in Thailand.

– A photocopy of the import permit

– Original plus photocopy of the health certificate from the country or origin

– Photocopy of the airway bill

– Photocopy of the invoice

– A photocopy of the customs declaration form

Example Document (Health Certificate)

DOCUMENTS

ที่มาข้อมูล : ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, กรมปศุสัตว์

Source : Suvarnabhumi Airport Animal Quarantine, Department of Livestock

สหภาพยุโรปออกมาตรการควบคุมพิเศษในกรณีการระบาดของโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ในประเทศสมาชิก

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1192 ว่าด้วย การปรับแก้ภาคผนวก I Implementing Regulation (EU) 2023/594 เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการควบคุมพิเศษในกรณีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ในประเทศสมาชิก ใน Official Journal of the European Union ชุด L  โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • วัตถุประสงค์: เพื่อกำหนดเขตควบคุม (restricted  zones) ให้มีความเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในประเทศสมาชิก โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH)
  • ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: จากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 3 ประเทศ ได้แก่ (1) เขต Pest ประเทศฮังการี (2) เขต Warmińsko- Mazurskie เขต Zachodniopomorskie เขต Łódzkie เขต Zachodniopomorskie ประเทศโปแลนด์ และ (3) เขต Banskobystrický ประเทศสโลวาเกีย คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรปรับพื้นที่เขตควบคุม (restricted  zones) ให้สอดคล้องกับการระบาดของโรค ASF ในพื้นที่ของประเทศในสหภาพยุโรป ตามปรากฏในภาคผนวกของ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1192  
  • กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 1 วันหลังจากวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569) รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

สหภาพยุโรปออกมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Decision (EU) 2026/1186 ว่าด้วย การปรับแก้ภาคผนวก Implementing Decision (EU) 2023/2447 เกี่ยวกับมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูงในประเทศสมาชิกบางประเทศ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. วัตถุประสงค์: เพื่อกำหนดเขตป้องกัน (protection zones) เขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) และเขตควบคุม (restricted zones)  ให้มีความเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง (Highly Pathogenic Avian Influenza: HPAI) ในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่เพิ่มขึ้นในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ (1) เขต Haute-Garonne ประเทศฝรั่งเศส (2) เขต Flevoland ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ (3) เขต Kujawsko-Pomorskie เขต Łódzkie เขต Lubelskie เขต Mazowieckie เขต Warmińsko-Mazurskie และเขต Wielkopolskie voivodeships ประเทศโปแลนด์  โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH) รายละเอียดปรากฏในภาคผนวก Commission Implementing Decision (EU) 2026/1186

2. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569) เป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

สหภาพยุโรปออกมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคลัมปีสกิน (lumpy skin) ในประเทศอิตาลี

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Decision (EU) 2026/1145 ว่าด้วย การกำหนดมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคลัมปีสกิน (lumpy skin) ในประเทศอิตาลี ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้   

  • วัตถุประสงค์: เพื่อกำหนดเขตป้องกัน (protection zones) และเขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) ให้มีความเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปีสกินในประเทศอิตาลีที่เพิ่มขึ้น ระหว่างวันที่ 30 เมษายน 2569 – วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ในเขต Sardegna และเขต Sardinia  โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH)
  • ประเทศอิตาลี:
  • เขต Sardinia: กำหนดเขตป้องกัน (protection zones)  ให้มีผลไปจนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2569 และเขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) ให้มีผลไปจนถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2569 และให้คงแผนการใช้วัคซีนฯ ในอิตาลี เพื่อควบคุมการระบาดโรคดังกล่าว
  • กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569) รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code                 

สหภาพยุโรปอนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์

Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1117 ว่าด้วย การอนุญาตให้ L-isoleucine ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli CCTCC M 20231916 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ L-isoleucine ที่ผลิตโดยเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli CCTCC M 20231916 เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมทางโภชนาการ (nutritional additives) กลุ่มกรดอะมิโน เกลือของกรดอะมิโน และสารที่อยู่กลุ่มเดียวกัน (amino acids, their salts and analogues) และอนุญาตให้ใช้กับสัตว์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน
  2. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

สหภาพยุโรปปรับแก้ข้อยกเว้นต่อมาตรการป้องกันศัตรูพืชควบคุมที่ไม่ใช่ศัตรูพืชกักกัน (Regulated Non-Quarantine Pests: RNQPs) ในพืชบางชนิดเพื่อการเพาะปลูก

0

        คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1110 ว่าด้วย การปรับแก้ Implementing Regulation (EU) 2019/2072 เกี่ยวกับการยกเว้นต่อมาตรการป้องกันศัตรูพืชควบคุมที่ไม่ใช่ศัตรูพืชกักกัน (Regulated Non-Quarantine Pests: RNQPs) ในพืชบางชนิดเพื่อการเพาะปลูกใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรให้ปรับแก้มาตรา 6 เกี่ยวกับมาตรการป้องกันศัตรูพืชควบคุมที่ไม่ใช่ศัตรูพืชกักกัน (Regulated NonQuarantine Pests: RNQPs) ในพืชบางชนิดเพื่อการเพาะปลูก ในข้อ 3., ข้อ 4. และปรับเพิ่มมาตรา 6a และปรับแก้มาตรา 13 เกี่ยวกับรายชื่อพืช ผลิตภัณฑ์พืช และวัตถุอื่นๆ ที่ต้องมีหนังสือเดินทางพืชสำหรับการเคลื่อนย้ายภายในสหภาพยุโรปของ Commission Implementing Regulation (EU) 2019/2072 ดังนี้

– ข้อ 3.: นอกจากนี้ รายชื่อที่ระบุไว้ในภาคผนวก IV (บัญชีรายชื่อศัตรูพืชควบคุมที่ไม่ใช่ศัตรูพืชกักกันของสหภาพยุโรป: Union Regulated NonQuarantine Pests: RNQPs)  ของ Regulation (EU) 2019/2072  และภาคผนวก V จะไม่ส่งผลกระทบต่อการยกเว้นสำหรับพืชเพื่อการเพาะปลูก ซึ่งได้รับการรับรองตาม Directives 66/401/EEC, 66/402/EEC, 68/193/EEC, 98/56/EC, 1999/105/EC, 2002/54/EC, 2002/55/EC, 2002/56/EC, 2002/57/EC, 2008/72/EC และ 2008/90/EC จากข้อกำหนดด้านการตลาดที่กำหนดไว้ใน Directvies ดังกล่าว รวมถึง:

  • การยกเว้นเกี่ยวกับการจัดหาต้นไม้สำหรับการเพาะปลูกให้กับหน่วยงานทดสอบและตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
  • การยกเว้นเกี่ยวกับการจัดหาต้นไม้สำหรับการเพาะปลูกให้กับผู้ให้บริการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ให้บริการจะไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในต้นไม้ที่จัดหาให้
  • การยกเว้นเกี่ยวกับการจัดหาต้นไม้สำหรับการเพาะปลูกภายใต้เงื่อนไขบางประการให้กับผู้ให้บริการผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรบางชนิดที่มีวัตถุประสงค์ทางอุตสาหกรรม หรือเพื่อการขยายเมล็ดพันธุ์
  • การยกเว้นสำหรับต้นไม้สำหรับการเพาะปลูกที่มีวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์ งานคัดเลือก การทดสอบหรือการทดลองอื่นๆ
  • การยกเว้นจากข้อกำหนดทางการตลาดที่กำหนดไว้ใน Implementing Decision (EU) 2017/478
  • การยกเว้นจากข้อกำหนดทางการตลาดสำหรับต้นไม้สำหรับการเพาะปลูกที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม
  • ต้นไม้สำหรับการเพาะปลูกที่กล่าวถึงในข้อนี้ จะสามารถเคลื่อนย้ายภายในสหภาพยุโรปได้ก็ต่อเมื่อมีการรับรองเอกลักษณ์และการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของต้นไม้แล้วเท่านั้น – ข้อ 4.: ในกรณีที่พืชสำหรับการเพาะปลูกที่กล่าวถึงในข้อ 3 ถูกนำเข้ามาในสหภาพยุโรปจากประเทศที่สาม หนังสือรับรองสุขอนามัยพืชจะต้องระบุภายใต้หัวข้อ ‘การสำแดงเพิ่มเติม (additional declaration)’ ว่า ‘อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ในมาตรา 6(3) ของ Commission Implementing Regulation (EU) 2019/2072’ และอ้างอิงถึงข้อ (a) ถึง (f) ที่เกี่ยวข้อง’                                           
  • มาตรา 6a: การยกเว้นข้อกำหนดสำหรับ RNQPs สำหรับเมล็ดพันธุ์บางชนิดโดยเป็นการยกเว้นจากมาตรา 5 และมาตรา 6(1) เมล็ดพันธุ์ต่อไปนี้อาจได้รับการยกเว้นจากการปฏิบัติตามเกณฑ์และมาตรการที่กำหนดไว้ในภาคผนวก IV (บัญชีรายชื่อศัตรูพืชควบคุมที่ไม่ใช่ศัตรูพืชกักกันของสหภาพยุโรป (Union Regulated Non-Quarantine Pests: RNQPs)  และ ภาคผนวก V (มาตรการป้องกันการปรากฏของศัตรูพืชควบคุมที่ไม่ใช่ศัตรูพืชกักกัน (Regulated Non-Quarantine Pests: RNQPs) ในพืชเพื่อการเพาะปลูกบางรายการ (specific plants for planting)) ของ Commission Implementing Regulation (EU) 2019/2072:
  • เมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่ได้รับการรับรองขั้นสุดท้ายและติดฉลากอย่างเป็นทางการตาม Directives 66/401/EEC, 66/402/EEC, 2002/54/EC, 2002/55/EC และ 2002/57/EC หรือ
  • เมล็ดพันธุ์ที่ปลูก จำหน่ายเพื่อการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ตาม Directive 2002/55/EC ข้อยกเว้นดังกล่าวจะมีผลปรับใช้เฉพาะในกรณีเกี่ยวกับการทดสอบหรือการบำบัดก่อนการวางจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ในรูปเมล็ดพันธุ์ก่อนพื้นฐาน (pre-basic seed) เมล็ดพันธุ์พื้นฐาน (basic seed)  เมล็ดพันธุ์รับรอง (certified seed)  หรือเมล็ดพันธุ์มาตรฐาน (standard seed) ในสหภาพยุโรป ตามเกณฑ์และมาตรการที่กำหนดไว้ในภาคผนวก IV และ V สำหรับเมล็ดพันธุ์ดังต่อไปนี้:
  • Oryza sativa L. ที่เกี่ยวข้องกับศัตรูพืช Aphelenchoides besseyi ตามระบุใน Part B  ภาคผนวก V;
  • Helianthus annuus L. ที่เกี่ยวข้องกับศัตรูพืช Botrytis cinerea de Bary ตามระบุใน Part G ภาคผนวก V และศัตรูพืช  Sclerotinia sclerotiorum (Libert) de Bary ตามระบุใน Part H  ภาคผนวก IV;
  • Linum usitatissimum L. เกี่ยวข้องกับศัตรูพืช  Alternaria linicola Groves & Skolko, Boeremia exigua var. linicola (Naumov & Vassiljevsky) Aveskamp, Gruyter & Verkley, Botrytis cinerea de Bary, Colletotrichum lini Westerdijk และ Fusarium (anamorphic genus) นอกเหนือจาก Fusarium oxysporum f. sp. albedinis (Kill. & Maire) W.L. Gordon และ Fusarium circinatum Nirenberg & O’Donnell ตามระบุใน Part G ภาคผนวก V;
  • Glycine max (L.) Merr. เกี่ยวข้องกับศัตรูพืช  Diaporthe caulivora (Athow & Caldwell) J.M. Santos, Vrandecic & A.J.L. Phillips และ Diaporthe sojae Lehman, ตามระบุใน Part G ภาคผนวก V;
  • เมล็ดพันธุ์ผัก ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศัตรูพืชแต่ละชนิด ตามที่ระบุใน Part E ของภาคผนวก V;
  • Brassica napus L. เกี่ยวข้องกับศัตรูพืช Sclerotinia sclerotiorum de Bary ตามระบุใน Part H ภาคผนวก IV;
  • Brassica rapa L. var. silvestris เกี่ยวข้องกับศัตรูพืช Sclerotinia sclerotiorum de Bary ตามระบุใน Part H ภาคผนวกIV;
  • Sinapis alba L. เกี่ยวข้องกับศัตรูพืช Sclerotinia sclerotiorum de Bary ตามระบุใน Part H ภาคผนวก IV
  • เมล็ดพันธุ์ (seeds) ที่ได้รับการยกเว้นซึ่งมีต้นกำเนิดในประเทศที่สาม จะสามารถนำเข้าสู่สหภาพยุโรปได้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทั้งหมดดังต่อไปนี้:
  • เมล็ดพันธุ์ดังกล่าวถูกนำเข้ามาโดยผู้ประกอบการมืออาชีพเพื่อวัตถุประสงค์ในการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ก่อนนำออกจำหน่าย
  • หนังสือรับรองสุขอนามัยพืชประกอบด้วยภายใต้หัวข้อ ‘การสำแดงเพิ่มเติม’ ระบุว่า ‘อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ในข้อ 1. ของมาตรา 6a(1) Commission Implementing Regulation (EU) 2019/2072’ และมีการอ้างอิงถึงข้อ (a) หรือ (b) ที่เกี่ยวข้องของข้อ 1.
  • เมล็ดพันธุ์ (seeds) ที่ได้รับการยกเว้นที่ผลิตในสหภาพยุโรป จะสามารถเคลื่อนย้ายภายในสหภาพยุโรปได้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทั้งสองข้อดังต่อไปนี้:
  • เมล็ดพันธุ์ดังกล่าวถูกส่งต่อจากผู้ประกอบวิชาชีพที่ผลิตขึ้นมา ไปยังผู้ประกอบวิชาชีพที่รับผิดชอบในการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์
  • มีการรับรองเอกลักษณ์และการตรวจสอบย้อนกลับของต้นไม้แต่ละชนิดเพื่อการเพาะปลูก
  • มาตรา 13 ข้อ 2.: โดยเป็นการยกเว้นจากข้อ 1 ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเดินทางพืชสำหรับการเคลื่อนย้ายเมล็ดพันธุ์ภายในสหภาพยุโรป หากเมล็ดพันธุ์นั้นเป็นไปตามเงื่อนไขทั้งสองข้อต่อไปนี้:
  • เป็นไปตามข้อยกเว้นที่อ้างถึงในมาตรา 6(3) หรือข้อยกเว้นที่อ้างถึงในมาตรา 6a; และ
  • ไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดพิเศษของภาคผนวก VIII (รายชื่อพืช ผลิตภัณฑ์พืช และวัตถุอื่น ๆ ที่มีต้นกำเนิดในสหภาพยุโรป และข้อกำหนดพิเศษที่เกี่ยวข้องสำหรับการเคลื่อนย้ายภายในสหภาพยุโรป) หรือภาคผนวก X (รายชื่อพืช ผลิตภัณฑ์พืช และวัตถุอื่นๆ ที่จะนำเข้าไปหรือเคลื่อนย้ายภายในเขตป้องกัน และข้อกำหนดพิเศษที่เกี่ยวข้องสำหรับเขตป้องกัน) ของ Commission Implementing Regulation (EU) 2019/2072 หรือข้อกำหนดที่กำหนดไว้ใน implementing acts ตามมาตรา 28(1), 30(1) หรือ 49(1) ของ Regulation (EU) 2016/2031   
  • กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

สหภาพยุโรปปรับอัตราความถี่ในการตรวจสอบทางอัตลักษณ์และกายภาพในพืช สินค้าพืช และวัตถุอื่นๆ ที่นำเข้าไปยังสหภาพยุโรป

0

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1101 ว่าด้วย การปรับแก้ Commission Implementing Regulation (EU) 2022/2389 เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบทางอัตลักษณ์และกายภาพตามอัตราความถี่ในพืช สินค้าพืช และวัตถุอื่นๆ ที่นำเข้าไปยังสหภาพยุโรปใน Official Journal of the European Union ชุด L  โดยมีรายละเอียดดังนี้

คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรปรับอัตราความถี่ในการตรวจสอบทางอัตลักษณ์และกายภาพพืช สินค้าพืช และวัตถุอื่นๆ ที่นำเข้าไปยังสหภาพยุโรปสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

กำหนดอัตราความถี่พื้นฐาน (basic frequency) ของการตรวจสอบทางอัตลักษณ์ (identity checks) และการตรวจสอบทางกายภาพ (physical checks) ที่ระดับร้อยละ 100 โดยครอบคลุมสินค้าที่ระบุในมาตรา 47(1) ข้อ (c) Regulation (EU) 2017/625 ซึ่งได้แก่ พืช สินค้าพืช และวัตถุอื่นๆ ที่นำเข้าไปยังสหภาพยุโรป

อนุโลมให้พืช  สินค้าพืช  และวัตถุจากประเทศที่สาม  บางรายการที่มีบัญชีรายชื่อปรากฏในภาคผนวก  I Annex I) ให้ถูกสุ่มตรวจทางอัตลักษณ์และทางกายภาพตามอัตราขั้นต่ำที่ระบุ (minimum frequency rate) อาทิ กีวี มะละกอ และสตรอว์เบอร์รี (ยกเว้นจากอียิปต์) ที่ระดับร้อยละ 5 อะโวกาโด และเบอร์รี ที่ระดับร้อยละ 3 องุ่น ที่ระดับร้อยละ 1 ผักที่ใช้ราก-หัว (root and tubercle vegetables) นอกเหนือจากมันฝรั่ง ขมิ้นชัน และขิง ที่ระดับร้อยละ 5 ราก-หัวของขมิ้นชัน (ยกเว้นจากไทย เปรู และแคเมอรูน) ที่ระดับร้อยละ 15 และรากและหัวของขิง (ยกเว้นจากเปรู และแคเมอรูน) ที่ระดับร้อยละ 5 และเครื่องจักรและพาหนะที่เคยใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเกษตรหรือป่าไม้ ที่ระดับร้อยละ 5 เป็นต้น      

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไทย คือ กำหนดให้ราก-หัวของขมิ้นชันจากไทยถูกสุ่มตรวจทางอัตลักษณ์และทางกายภาพตามอัตราความถี่พื้นฐาน เช่นเดียวกับดอกยิปโซจากเอควาดอร์ ดอกกุหลาบจากโคลัมเบีย ผลอะโวคาโดจากทุกประเทศ ขมิ้นชันและขิงจากเปรู และผลไม้ตระกูลส้มจากสหรัฐอเมริกา ที่ถูกจัดให้อยู่ภายใต้การสุ่มตรวจตามอัตราความถี่พื้นฐาน เนื่องจากพบว่า มีการตรวจพบศัตรูพืชกักกันของสหภาพยุโรปในพืชที่นำเข้าดังกล่าว

ภาคผนวก (Annex)

          Annex I : อัตราความถี่ของการตรวจสอบอัตลักษณ์และกายภาพพืช สินค้าพืช และวัตถุอื่นๆ บางชนิดหรือบางประเภท ตามระบุในมาตรา 4(3) Commission Implementing Regulation (EU) 2022/2389

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR Code  

สหภาพยุโรปออกมาตรการควบคุมพิเศษในกรณีการระบาดของโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ในประเทศสมาชิก

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1136 ว่าด้วย การปรับแก้ภาคผนวก I Implementing Regulation (EU) 2023/594 เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการควบคุมพิเศษในกรณีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ในประเทศสมาชิก ใน Official Journal of the European Union ชุด L  โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • วัตถุประสงค์: เพื่อกำหนดเขตควบคุม (restricted  zones) ให้มีความเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในประเทศสมาชิก โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH)
  • ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: จากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เมื่อเดือนเมษายน 2569 ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 4 ประเทศ ได้แก่ (1) เขต North Rhine-Westphalia ประเทศเยอรมนี (2) เขต Emilia-Romagna และเขต Piedmont ประเทศอิตาลี (3) เขต Zachodnio-Pomorskie เขต Warmińsko-Mazurskie และเขต Kujawsko-Pomorskie ประเทศโปแลนด์ และ (4) เขต Banskobystrický ประเทศสโลวาเกีย คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรปรับพื้นที่เขตควบคุม (restricted  zones) ให้สอดคล้องกับการระบาดของโรค ASF ในพื้นที่ของประเทศในสหภาพยุโรป
  • กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 1 วันหลังจากวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569) รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

สหภาพยุโรปออกมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะ (sheep pox and goat pox) ในประเทศโรมาเนีย

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Decision (EU) 2026/1108 ว่าด้วย การกำหนดมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะ (sheep pox and goat pox) ในประเทศโรมาเนีย ใน Official Journal of the European Union ชุด L สรุปสาระสำคัญ ดังนี้  

  1. วัตถุประสงค์: จากการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะในประเทศโรมาเนีย เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรกำหนดเขตป้องกัน (protection zones) และเขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) ให้มีความเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะที่เพิ่มขึ้นในเขต Mureș ประเทศโรมาเนีย โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH)
  2. ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: เขต Mureș: กำหนดเขตป้องกัน (protection zones)  ให้มีผลไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 และเขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) ให้มีผลไปจนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2569
  3. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569) รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code                 

สหภาพยุโรปออกมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Decision (EU) 2026/1091 ว่าด้วย การปรับแก้ภาคผนวก Implementing Decision (EU) 2023/2447 เกี่ยวกับมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูงในประเทศสมาชิกบางประเทศ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. วัตถุประสงค์: เพื่อกำหนดเขตป้องกัน (protection zones) เขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) และเขตควบคุม (restricted zones)  ให้มีความเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง (Highly Pathogenic Avian Influenza: HPAI) ในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่เพิ่มขึ้นในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ (1) เขต South Bohemian ประเทศเช็ก  (2) เขต Tartu ประเทศเอสโตเนีย (3) เขต Dordogne และเขต Tarn-et-Garonne ประเทศฝรั่งเศส และ (4) เขต Kujawsko-Pomorskie เขต Lubelskie เขต Mazowieckie เขต Warmińsko-Mazurskie และเขต Wielkopolskie voivodeships ประเทศโปแลนด์  โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH) รายละเอียดปรากฏในภาคผนวก Commission Implementing Decision (EU) 2026/1091

2. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569) เป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

สหภาพยุโรปปรับแก้กฎการใช้ยาสัตว์และวัคซีนเพื่อป้องกันและควบคุมโรคสัตว์ที่ขึ้นทะเบียน

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Delegated Regulation (EU) 2026/1073 ว่าด้วย การปรับและแก้ไข Delegated Regulation (EU) 2023/361 ในการเสริม  Regulation (EU) 2016/429 เกี่ยวกับกฎการใช้ยาสัตว์บางประเภทเพื่อป้องกันและควบคุมโรคสัตว์ที่ขึ้นทะเบียน (listed diseases) ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

วัตถุประสงค์: เพื่อกำหนดเกณฑ์การใช้ยาสัตว์ (veterinary medicinal products) และวัคซีน เพื่อป้องกันและควบคุมโรคสัตว์ที่ขึ้นทะเบียน (listed diseases) ครอบคลุมโรคประเภท A* และ B** รวมถึงโรคในสัตว์บกที่เลี้ยงในฟาร์มและสัตว์ป่าอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

 ปรับแก้มาตรา 2 Delegated Regulation (EU) 2023/361: การปรับแก้คำนิยามจาก « ระยะพักฟื้น (recovery period) » ใหม่เป็น « ระยะเวลารอพัก (waiting period) » ซึ่งหมายถึง ระยะเวลาที่จำเป็นในการแสดงให้เห็นว่าไม่มีโรคประเภท A ภายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันฉุกเฉินเพื่อป้องกันโรคดังกล่าวในเขตพื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีนแล้ว รวมถึงปรับแก้เงื่อนไขระยะเวลารอพักในแต่ละโรคสัตว์ประเภท A ภายหลังจากที่สัตว์ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันฉุกเฉิน ก่อนการอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์หลังจากนั้น

ปรับแก้มาตรา 3 Delegated Regulation (EU) 2023/361: เกี่ยวกับเงื่อนไขในการใช้วัคซีนป้องกันโรคประเภท A โดยกำหนดเงื่อนไขจะต้องไม่ใช้กับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรคนิวคาสเซิลในบางกรณี โดยเฉพาะการใช้วัคซีนเพื่อการป้องกันตามปกติ หรือการใช้ในกรอบการค้า ประเทศสมาชิกอียูอาจใช้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคสำหรับวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการตอบสนองต่อการระบาด

– ปรับแก้มาตรา 4 Delegated Regulation (EU) 2023/361: การกำหนดบัญชีรายชื่อยาสัตว์ที่ไม่อนุญาตให้ใช้เพื่อป้องกันและควบคุมโรคสัตว์ประเภท A และ B เว้นแต่จะใช้เพื่อป้องกันและควบคุมโรคที่ระบุไว้ใน Part 3 ภาคผนวกที่ 1 ประเภทและการใช้ยาเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

– ปรับแก้มาตรา 7 Delegated Regulation (EU) 2023/361: การอนุญาตให้ใช้วัคซีนฉุกเฉินในเขตพื้นที่ที่มีการใช้วัคซีนป้องกันอยู่แล้ว

ปรับแก้มาตรา 13 Delegated Regulation (EU) 2023/361: การกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงในเขตพื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีน กรณีปรับใช้แผนฉีดวัคซีนป้องกันฉุกเฉินและการฉีดวัคซีนฉุกเฉินในสัตว์ป่า

-ปรับแก้มาตรา 14 Delegated Regulation (EU) 2023/361: การกำหนดเกณฑ์ มาตรการลดความเสี่ยง กรณีปรับใช้แผนฉีดวัคซีนป้องกันโรค                          

ภาคผนวกที่เกี่ยวข้อง: การกำหนดเงื่อนไขเฉพาะในการเคลื่อนย้ายสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ กรณีการใช้วัคซีนเพื่อควบคุมโรคสัตว์ ประเภท A ได้แก่ โรคระบาดในสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก  (PPR) โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (AHS) โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin Disease) โรคอหิวาห์สุกร (Classical Swine Fever) โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza) โรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) และโรคฝีดาษแกะและแพะ (Sheep Pox and Goat Pox)

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม ๒๕๖9) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

——

Commission Implementing Regulation (EU) 2018/1882 กำหนดประเภทโรคสัตว์ ดังนี้

*โรคสัตว์ประเภท A (Category A diseases): (ต้องกำจัดให้หมดไปโดยทันที) โรคเหล่านี้ติดต่อได้ง่ายมากและก่อให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจหรือสาธารณสุขที่ร้ายแรง ได้แก่ (1) Foot and mouth disease (2) Infection with rinderpest virus (3) Infection with Rift  Valley fever virus (4) Infection with lumpy skin disease virus (5) Infection with Mycoplasma mycoides subsp. mycoides SC (Contagious bovine pleuropneumonia) (6) Sheep pox and goat pox (7) Infection with peste des petits ruminants virus (8) Contagious caprine pleuropneumonia (9) African horse sickness (10) Infection with Burkholderia mallei (Glanders) (11) Classical swine fever (12) African swine fever (13) Highly pathogenic avian influenza และ (14) Infection with Newcastle disease virus

** โรคสัตว์ประเภท B (Category B diseases):  (ต้องกำจัดอย่างเด็ดขาด) โรคเหล่านี้จะต้องได้รับการควบคุมในประเทศสมาชิกอียู โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการกำจัดให้หมดไปโดยสิ้นเชิงทั่วทั้งสหภาพยุโรป ได้แก่  (1) Infection with Brucella abortus, B. melitensis, and B. suis (Brucellosis) (2)  Infection with Mycobacterium tuberculosis complex (Tuberculosis) (3)  Enzootic bovine leukosis (4) Infection with Aujeszky’s disease virus (5) Infection with infectious haematopoietic necrosis (IHN) (6) Viral haemorrhagic septicaemia (VHS) (7) Infection with Marteilia refringens (8) Infection with Perkinsus marinus (9) Infection with Mikrocytos mackini