free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
Home Blog

สปษ.สหภาพยุโรป ร่วมประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยในงาน Amazing Thailand Fest 2026 ณ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

0

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำสหภาพยุโรป (สปษ. สหภาพยุโรป) เข้าร่วมงาน Amazing Thailand Fest 2026 ภายใต้แนวคิด The Wholesome Taste of Thai ณ ห้างสรรพสินค้า de Bijenkorf กรุงอัมสเตอร์ดัม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน 2569 เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทยสู่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวชาวยุโรป

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านอาหาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน และทรงร่วมสาธิตการปรุงอาหารไทย ได้แก่ เมนูยำส้มโอและลาบหมู ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของอาหารไทยและการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรที่มีคุณภาพ

ในการนี้ สปษ .สหภาพยุโรป ได้ร่วมจัดบูธเผยแพร่ข้อมูลด้านการเกษตรไทย พร้อมประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยคุณภาพ อาทิ มะม่วงมหาชนก แก้วมังกร และส้มโอ รวมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์แปรรูปและนวัตกรรมจากสินค้าเกษตรไทย เช่น ข้าวแต๋นรสต้มยำ และเครื่องดื่ม Tom Yum Mocktail เพื่อแสดงศักยภาพและความหลากหลายของสินค้าเกษตรและอาหารไทย ตลอดจนสนับสนุนวัตถุดิบสำหรับการสาธิตเมนูยำส้มโอ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยในตลาดสหภาพยุโรป รวมทั้งส่งเสริมการต่อยอดมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตรไทยผ่านอุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การเข้าร่วมงานครั้งนี้นับเป็นอีกโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในต่างประเทศ และสนับสนุนการขยายโอกาสทางการค้าของสินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลการขออนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยง(สุนัขและแมว) ทางด่านกักสัตว์สุวรรณภูมิ / IMPORTATION OF DOG AND CAT

0

ขั้นตอนที่1 เอกสารสำหรับการขอ Import permit

– สำเนา passport ของผู้เดินทาง หรือผู้ที่ทำการนำเข้าสัตว์เลี้ยง

– ที่อยู่ประเทศต้นทาง และที่อยู่ที่ประเทศไทย

– รายละเอียดของสัตว์เลี้ยง (เช่น พันธุ์, เพศ, อายุ, สี, microchip เป็นต้น)

– ฝังไมโครชิพ

– สุนัขและแมวต้องมีอายุ 4 เดือนขึ้นไป

– เอกสารการฉีดวัคซีน (rabies vaccination, DHP/L etc.) เข็มแรกไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนเดินทาง

– รูปภาพของสัตว์เลี้ยง

– รายละเอียดการเดินทาง (วัน, เวลา, flight ที่จะถึงประเทศไทย)

– ชื่อสนามบินที่ใช้ในการส่งออกสัตว์เลี้ยง

– แนบเอกสาร ร.1/1

– ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (ถ้ามี)

ขั้นตอนที่2 ในวันนำเข้า ยื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตฯ (แบบ ร.6, ร.7)

– สำเนา Import Permit

– เอกสาร Health Certificate ต้นฉบับ (รับรองตามเงื่อนไขใน Import Permit และ Requirement)

– สำเนา Air Way Bill

– สำเนา Invoice (ถ้ามี)

– Draft ใบขนสินค้าขาเข้าศุลกากร

ตัวอย่างเอกสารการนำเข้าสุนัขและแมว

เอกสารต่างๆ


 List of required documents for the Importation of pet dog and cat

1. To get a transit permit, all required documents must be submitted for review at least seven days before a permit will be issued.

– A copy of identification card of an importer.

– Address in your country and address in Thailand.

– Detail of your animal (such as type of breed, sex age, microchip etc.

– Your pet have over 4 months.

– Microchip

– History of vaccination (A copy of vaccination record : rabies and DHP/L vaccination) more than 21 days prior travelling.

– Picture of your animal.

– Approximate date of arrival to Thailand.

– Name of port of exit from your country.

– Form1/1

– Username and password (If you have it)

2. To get a transit license R6 and R7, the following documents are required on the day of animal arrival in Thailand.

– A photocopy of the import permit

– Original plus photocopy of the health certificate from the country or origin

– Photocopy of the airway bill

– Photocopy of the invoice

– A photocopy of the customs declaration form

Example Document (Health Certificate)

DOCUMENTS

ที่มาข้อมูล : ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, กรมปศุสัตว์

Source : Suvarnabhumi Airport Animal Quarantine, Department of Livestock

สหภาพยุโรปออกมาตรการควบคุมพิเศษในกรณีการระบาดของโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ในประเทศสมาชิก

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2094 ว่าด้วย การปรับแก้ภาคผนวก I Implementing Regulation (EU) 2023/594 เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการควบคุมพิเศษในกรณีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ในประเทศสมาชิก ใน Official Journal of the European Union ชุด L  โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • วัตถุประสงค์: เพื่อกำหนดเขตควบคุม (restricted  zones) ให้มีความเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในประเทศสมาชิก โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH)
  • ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: จากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 3 ประเทศ ได้แก่ (1) เขต Kymenlaakso ประเทศฟินแลนด์ (2) เขต Baranya ประเทศฮังการี (3) เขต Kujawsko-Pomorskie เขต Podkarpackie และเขต Zachodniopomorskie ประเทศโปแลนด์ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรปรับพื้นที่เขตควบคุม (restricted  zones) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรค ASF ในพื้นที่ของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป ตามปรากฏในภาคผนวกของ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2094  
  • กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 1 วันหลังจากวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 15 กันยายน 2569) รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

  

———–

คำจำกัดความ “เขตควบคุมโซน” ภายใต้ Regulation (EU) 2023/594:

*เขตควบคุม I (restricted zones I): หมายถึง พื้นที่ของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในภาคผนวก I ส่วนที่ 1 ที่มีการกำหนดขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่ชัดเจน โดยอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรคพิเศษและอยู่ติดกับเขตควบคุม II หรือ III

**เขตควบคุม II (restricted zones II): หมายถึง พื้นที่ของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในภาคผนวก I ส่วนที่ 2 ที่มีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในสุกรป่า ที่มีการกำหนดขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่ชัดเจน โดยอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรคพิเศษ

***เขตควบคุม III (restricted zones III): หมายถึง พื้นที่ของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ระบุไว้ในภาคผนวก I ส่วนที่ 3 ที่มีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในสุกรที่เลี้ยงไว้ ที่มีการกำหนดขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่ชัดเจน โดยอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรคพิเศษ

สหภาพยุโรปออกมาตรการฉุกเฉินชั่วคราวในกรณีการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะ (sheep pox and goat pox) ในประเทศโรมาเนีย

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Decision (EU) 2026/2075 ว่าด้วย การกำหนดมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะ (sheep pox and goat pox) ในประเทศโรมาเนีย ใน Official Journal of the European Union ชุด L สรุปสาระสำคัญ ดังนี้  

  1. วัตถุประสงค์: จากการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะในประเทศโรมาเนีย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม – วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่เพิ่มขึ้นในจำนวน 5 เขต ได้แก่ (1) เขต Brăila (2)  เขต Buzău (3) เขต Galați (4) เขต Gorj และ (5) เขต Tulcea คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นควรกำหนดเขตป้องกัน (protection zones) เขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) และเขตควบคุม (restricted zones) ให้มีความเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะในประเทศโรมาเนีย โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH)
  2. ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: กำหนดเขตป้องกัน (protection zones)  ให้มีผลไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) ให้มีผลไปจนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 และเขตควบคุม (restricted zones) ให้มีผลไปจนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เป็นอย่างช้า
  3. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2569) รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code                 

สหภาพยุโรปประกาศบัญชีรายชื่อเรือประมงที่ลักลอบทำประมงที่ผิดกฎหมาย ครั้งที่ 16         

0

คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2045 ว่าด้วย การแก้ไข Regulation (EU) No 468/2010 เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายชื่อเรือประมง IUU (Part B – รายชื่อเรือประมงตาม Regulation (EC) No 1005/2008 มาตรา 30) ใน Official Journal of the European Union ชุด L ดังนี้

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศบัญชีรายชื่อเรือประมง  IUU  (ครั้งที่ 16)  จำนวน  206  ลำ  (เพิ่มจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งมีจำนวน 197 ลำ)  ตามที่ปรากฏในภาคผนวกของ Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2045  โดยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเรือที่ไม่สามารถระบุสัญชาติได้ (unknown) อย่างไรก็ตาม ไม่มีเรือประมงที่ชักธงไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว หากแต่พบว่า มีเรือจำนวน 4 ลำ ที่เคยชักธงไทยในอดีต ได้แก่ (1)  เรือ Marwan 1 (ชื่อเดิม Al Wesam 4 และชัยชนะโชค 8) (2) เรือ Progreso (ชื่อเดิม Al Wesam 5 และชัยนาวี 54) (3) เรือ Sea View (ชื่อเดิม Al Wesam 2 และชัยนาวี 55) และ (4) เรือ Sea Wind (ชื่อเดิม Al Wesam 1 และทรัพย์เพิ่มนาวี 21)

คณะกรรมาธิการยุโรปได้พิจารณาถอดถอนเรือที่พ้นจากสถานะ  IUU  ให้ออกจากบัญชีรายชื่อ จำนวน 4 ลำ ได้แก่

  • เรือ MANJUMATHA ตามมติของคณะกรรมาธิการปลาทูน่าในมหาสมุทรอินเดีย (IOTC) อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการเพื่อการอนุรักษ์ปลาทูน่าครีบน้ำเงินในทะเลทางตอนใต้ (CCSBT) คณะกรรมาธิการประมงทั่วไปสำหรับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (GFCM) คณะกรรมาธิการทูน่าระหว่างอเมริกาเขตร้อน (IATTC) คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ปลาทูน่าในมหาสมุทรแอตแลนติก (ICCAT) องค์การประมงแอตแลนติกตะวันตกเฉียงเหนือ (NAFO) คณะกรรมาธิการประมงมหาสมุทรแอตแลนติกฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ (NEAFC) และความตกลงว่าด้วยการทำประมงในพื้นที่ตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย (SIOFA) ยังไม่มีการพิจารณาถอดถอนเรือดังกล่าวออกจากบัญชีรายชื่อเรือ IUU
  • กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 7 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 15 กันยายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

 

สหภาพยุโรปอนุญาตสารเสริมในอาหารสัตว์

Commission Implementing Regulation (EU) 2026/2027 ว่าด้วย การอนุญาตให้ molybdenum chelate ที่มีส่วนผสมของ EDTA เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ ใน Official Journal of the European Union ชุด L  โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบให้ molybdenum chelate ที่มีส่วนผสมของ EDTA เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) ภายใต้กลุ่มสารเสริมเฉพาะทางสำหรับสัตว์ (zootechnical additives) เป็นสารช่วยปรับสมดุลและคงสภาพทางสรีรวิทยา เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในช่วงฤดูหนาว (physiological condition stabilisers: improvement of winter survival rate) และอนุญาตให้ใช้กับผึ้งน้ำผึ้ง (honeybees) เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่กฎระเบียบฯ มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2579 เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้งาน ผู้ใช้งานจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน

    2) คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดปริมาณการใช้งานขั้นต่ำสุดและขั้นสูงสุด ในผึ้งน้ำผึ้ง ที่ปริมาณ 2,9 มิลลิกรัมของสาร/กิโลกรัมของอาหารสัตว์ที่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบ (ที่มีความชื้นร้อยละ 30)

    3) กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 11 กันยายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

สหภาพยุโรปกำหนดค่าขีดจำกัด (limit value) ของสารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็นสารกลุ่มมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Persistent Organic Pollutants)  ภายใต้อนุสัญญาสตอกโฮล์ม

0

    คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Delegated Regulation (EU) 2026/1423 ว่าด้วย การปรับแก้ Regulation (EU) 2019/1021 เกี่ยวกับการกำหนดค่าขีดจำกัด (limit value) ของสารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็นสารกลุ่มมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Persistent Organic Pollutants)  ภายใต้อนุสัญญาสตอกโฮล์ม ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

     1.  คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาแล้วเห็นควรกำหนดค่าขีดจำกัด (limit value) ของสารคลอร์ไพริฟอส ซึ่งเป็นสารกลุ่มมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Persistent Organic Pollutants) ภายใต้อนุสัญญาสตอกโฮล์มในภาคผนวก I  Regulation (EU) 2019/1021 ที่ระดับความเข้มข้นของสารคลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) ที่เท่ากับหรือต่ำกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ร้อยละ 0.000001 โดยน้ำหนัก) ในสาร (substances) สารผสม (mixtures) หรือวัตถุ (articles)

    2. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน 2569) ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

การประชุมคณะกรรมการบริหาร (ทีมประเทศไทย) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น ครั้งที่ 2/2569

0
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สปษ. สหภาพยุโรป โดยนางสาวสรวงสุดา อรุณนพรัตน์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ได้เข้าร่วมการประชุมทีมประเทศไทย ณ กรุงเบิร์น เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีนางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นประธาน และมีหัวหน้าสำนักงานและผู้แทนหน่วยงานทีมประเทศไทยเข้าร่วม เพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงบุคลากรของทีมประเทศไทย ผลการดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญในปีงบประมาณ 2569 ตลอดจนหารือแนวทางและแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2570 สปษ. สหภาพยุโรป เห็นว่า สวิตเซอร์แลนด์เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและมีศักยภาพสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรมูลค่าสูงและสินค้าที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์ จึงควรใช้กลไกทีมประเทศไทยบูรณาการการส่งเสริมสินค้า ควบคู่กับการเชื่อมโยงด้านอาหาร การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และ Soft Power เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด นอกจากนี้ ควรต่อยอดความร่วมมือกับ Agroscope ด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยสนับสนุนการเชื่อมโยงนักวิจัย การพัฒนาโจทย์วิจัยร่วม และการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัย เพื่อพัฒนาไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และในระยะต่อไป ควรส่งเสริมการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการของสวิตเซอร์แลนด์ ควบคู่กับการติดตามกฎระเบียบด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ความปลอดภัยอาหาร และแนวปฏิบัติ ณ ด่านนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่หน่วยงานและผู้ประกอบการไทย ลดอุปสรรคทางการค้า และสนับสนุนการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทยในสวิตเซอร์แลนด์อย่างยั่งยืน

สปษ. สหภาพยุโรป นำเกษตรกรหญิงไทยร่วมงาน ernte.dank.festival 2026 ณ กรุงเวียนนา ส่งเสริมบทบาทสตรีและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยสู่ยุโรป

0

เมื่อวันที่ 12–13 กันยายน 2569 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำสหภาพยุโรป (สปษ. สหภาพยุโรป) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา นำ นางสาวนงค์ลักษณ์ อัศวสกุลชัย ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวตำบลบ้านผึ้ง (ข้าวสุข) จังหวัดนครพนม ผู้แทนเกษตรกรหญิงจากประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ในการประสานเกษตรกรไทยเข้าร่วมงาน ernte.dank.festival 2026 ณ Heldenplatz กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ซึ่งเป็นงานสำคัญด้านการเกษตรและป่าไม้ของออสเตรีย จัดโดย Ökosoziales Forum Österreich & Europa เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้และสัมผัสภาคการเกษตร อาหารท้องถิ่น และความยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคเกษตรกับประชาชนในเขตเมือง

ในโอกาสนี้ ผู้แทนเกษตรกรหญิงไทยได้ร่วมการพูดคุยบนเวทีหลัก (Panel Discussion) กับ นาง Irene Neumann-Hartberger ประธานสหพันธ์เกษตรกรหญิงแห่งออสเตรีย และผู้แทนเกษตรกรหญิงจากยูกันดา โดยนำเสนอเรื่องราวการทำเกษตรของไทย การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบในชุมชน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับบทบาท ชีวิตการทำงาน และความท้าทายของเกษตรกรหญิงในแต่ละประเทศ ทั้งนี้ งานในปี 2569 ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบทบาทของสตรีในภาคเกษตร เนื่องใน ปีเกษตรกรหญิงสากล 2026 (International Year of the Woman Farmer 2026) โดยภายในงานมีพื้นที่ “Bäuerinnendorf” หรือหมู่บ้านเกษตรกรหญิง และพื้นที่นำเสนอวิถีชีวิตของเกษตรกรหญิงจากประเทศไทย ยูกันดา และออสเตรีย

ควบคู่กับกิจกรรมบนเวที สปษ. สหภาพยุโรป ได้ผลักดันการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปของไทย ให้เกษตรกรหญิงนำผลิตภัณฑ์จากข้าว อาทิ ชาข้าวอินทรีย์และข้าวอินทรีย์ มาแนะนำและให้ผู้เข้าร่วมงานทดลองชิม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง และสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพ ความหลากหลาย ตลอดจนศักยภาพในการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตรไทย

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ผู้แทนเกษตรกรหญิงไทยได้ให้สัมภาษณ์แก่ สถานีวิทยุและโทรทัศน์สาธารณะแห่งชาติออสเตรีย (ORF) เกี่ยวกับประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรหญิงจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งช่วยเผยแพร่เรื่องราวของเกษตรกรหญิงและภาคการเกษตรไทยสู่สาธารณชนออสเตรียในวงกว้าง โดยการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ฝ่ายผู้จัดได้ประสานกับผู้แทนไทยไว้โดยเฉพาะ ในวันเดียวกัน ได้เข้าร่วม VIP Reception ของงาน โดยได้นำชาข้าวอินทรีย์ของไทยเสิร์ฟแก่ นาย Norbert Totschnig รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและป่าไม้ของออสเตรีย และแขกผู้มีเกียรติภายในงาน นับเป็นอีกโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าเพิ่มของไทยผ่านการทดลองชิม และประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์และศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยแก่ผู้แทนระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในออสเตรีย

การเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของ สปษ. สหภาพยุโรป ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ภาคการเกษตรไทยในตลาดยุโรป ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวของเกษตรกรหญิง การนำเสนอแนวทางการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ และการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าเพิ่มของไทย ตลอดจนสร้างเครือข่ายและเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับคุณภาพและศักยภาพของสินค้าเกษตรและอาหารไทยในออสเตรียและสหภาพยุโรป

การเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารและสุขอนามัยพืชของออสเตรีย

0

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569  สปษ. สหภาพยุโรป โดยนายสงขลา จุลกะเศียน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) และนายรัฐธนินท์ แสงสายัณห์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับผู้แทนหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารและสุขอนามัยพืชของออสเตรีย 2 หน่วยงาน ได้แก่ (1) Austrian Agency for Health and Food Safety (AGES) และ (2) Austrian Federal Office for Food Safety (BAES) ณ สำนักงาน AGES กรุงเวียนนา เพื่อสร้างเครือข่ายและช่องทางการประสานงานกับหน่วยงานของออสเตรีย ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับระบบควบคุมสินค้าเกษตรและอาหาร การตรวจสุขอนามัยพืชสำหรับสินค้านำเข้า กรณีส้มโอแกะเนื้อจากประเทศไทย  และการกำกับดูแลอาหารใหม่ (Novel Food) ของสหภาพยุโรป ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากพืชของไทย

สหภาพยุโรปออกมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Decision (EU) 2026/2056 ว่าด้วย การปรับแก้ภาคผนวก Implementing Decision (EU) 2023/2447 เกี่ยวกับมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูงในประเทศสมาชิกบางประเทศ ใน Official Journal of the European Union ชุด L โดยมีรายละเอียดดังนี้

วัตถุประสงค์: เพื่อกำหนดเขตป้องกัน (protection zones) เขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) และเขตควบคุม (restricted zones)  ให้มีความเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงสูง (Highly Pathogenic Avian Influenza: HPAI) ในเดือนกันยายน 2569 ที่เพิ่มขึ้นในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จำนวน 2 ประเทศ ได้แก่ เขต Plovdiv ประเทศบัลแกเรีย และเขต Maine-et-Loire ประเทศฝรั่งเศส โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH) รายละเอียดปรากฏในภาคผนวก Commission Implementing Decision (EU) 2026/2056

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน 2569) เป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code

สหภาพยุโรปออกมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะ (sheep pox and goat pox) ในประเทศบัลแกเรีย

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Decision (EU) 2026/2052 ว่าด้วย การกำหนดมาตรการฉุกเฉินในกรณีการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะ (sheep pox and goat pox) ในประเทศบัลแกเรีย ใน Official Journal of the European Union ชุด L สรุปสาระสำคัญ ดังนี้  

  1. วัตถุประสงค์: จากการระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะในประเทศบัลแกเรีย เมื่อวันที่ 20 – 31 สิงหาคม 2569 จำนวน 5 เขต ได้แก่ เขต Blagoevgrad เขต Haskovo เขต Kardzhali เขต Stara Zagora และเขต Yambol คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นควรกำหนดเขตป้องกัน (protection zones) เขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) และเขตควบคุม (restricted zones) ให้มีความเป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคฝีดาษในแกะและแพะที่เพิ่มขึ้นประเทศบัลแกเรีย โดยคำนึงถึงข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บก (Terrestrial Animal Health Code) ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health: WOAH)
  2. ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: กำหนดขตป้องกัน (protection zones)  เขตเฝ้าระวัง (surveillance zones) และเขตควบคุม (restricted zones) ในพื้นที่ระบาดไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เป็นอย่างช้า ตามปรากฏในภาคผนวกของ Commission Implementing Decision (EU) 2026/2052  
  3. กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน 2569) รายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จาก QR code