ในปี 2568 นายโดนัลด์ ทุสก์ (Donald Tusk) นายกรัฐมนตรีโปแลนด์จะดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Presidency of the Council of the European Union) ซึ่งจะสลับหมุนเวียนในประเทศสมาชิกทุก 6 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2568 ต่อจากประเทศฮังการี โดยได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1. การดำเนินงานโปแลนด์จะมุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้หลักการ “ยุโรปปลอดภัย” (Security, Europe) โดยเห็นว่ายุโรปมีความจำเป็นในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง เนื่องจากสถานการณ์รัสเซีย – ยูเครน การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบจากการย้ายถิ่น การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
2. โปแลนด์ได้กำหนดแนวทางดำเนินงาน 7 มิติ (7 security dimensions) ได้แก่
2.1 การป้องกันและความมั่นคง (Defence and security) การเป็นประธานของโปแลนด์จะยังคงสนับสนุนการดำเนินการเสริมสร้างความพร้อมในการป้องกันยุโรป การเพิ่มงบประมาณการทหาร พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกัน และแก้ไขข้อบกพร่องในศักยภาพด้านการป้องกัน เสริมสร้างความร่วมกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) และประเทศพันธมิตรนอกสหภาพยุโรป
2.2 การปกป้องประชาชนและพรมแดน (Protection of people and borders) มุ่งเน้นรักษาความปลอดภัยภายในสำหรับพลเมืองยุโรป พัฒนาวิธีการใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาการย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายและเสริมสร้างประสิทธิภาพของนโยบายการส่งกลับ รับมือกับภัยคุกคามแบบไฮบริด (hybrid threats) รวมถึง เสริมสร้างศักยภาพในการปกป้องพลเรือน การจัดการภัยพิบัติ การช่วยเหลือ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
2.3 ความต้านทานต่อการแทรกแซงจากต่างประเทศและการบิดเบือนข้อมูล (Resistance to foreign interference and disinformation) การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของประชาธิปไตยยุโรป (strengthen the resilience of democracy) เพื่อลดความแตกแยกและการแบ่งขั้ว (curb polarization and radicalization) การจัดการกับข้อมูลบิดเบือนจากต่างประเทศ การสนับสนุนการศึกษาของพลเมืองและการเสริมสร้างภาคประชาสังคม การพัฒนาบริการดิจิทัลที่ทันสมัยและปลอดภัย
2.4 การสร้างความมั่นคงและเสรีภาพให้แก่ธุรกิจ (Ensuring security and freedom of business) การดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การขยายตลาดเดียวของสหภาพยุโรป (Single Market) และกำจัดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในภาคบริการ ในขณะเดียวกันจะฟื้นฟูการแข่งขันที่เป็นธรรมสำหรับอุตสาหกรรมยุโรป
ในเวทีโลก อีกทั้ง โปแลนด์จะเริ่มการหารือเกี่ยวกับรูปร่างในอนาคตของนโยบายการรวมตัว (Cohesion Policy) โดยการปรับปรุงตลาดเดียวควบคู่ไปกับนโยบายที่ส่งเสริมความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
2.5 การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy transition) เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของสหภาพยุโรป โดยส่งเสริมการดำเนินการเพื่อเลิกพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียอย่างสมบูรณ์ ดำเนินการลดราคาพลังงานในสหภาพยุโรป การปรับปรุงกรอบงานความมั่นคงด้านพลังงานของสหภาพยุโรปให้ดีขึ้น และสนับสนุนการพัฒนาแหล่งพลังงานสะอาดในสหภาพยุโรปอย่างเท่าเทียม
2.6 การเกษตรที่แข่งขันได้และมีความยืดหยุ่น (Competitive and resilient agriculture)
1) เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเกษตรกรในห่วงโซ่มูลค่าและมีรายได้ที่มั่นคง ส่งเสริมให้ยุโรปมีระบบเกษตรกรรมที่แข่งขันได้ สามารถให้ความมั่นคงด้านอาหารแก่พลเมืองยุโรป การสร้างนโยบายเกษตรร่วม (CAP) ที่เข้มแข็ง สนับสนุนเกษตรกรและการพัฒนาพื้นที่ชนบท พิจารณาความจำเป็นในการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม โดยส่งเสริมให้เกษตรกรดำเนินการปกป้องสิ่งแวดล้อม และแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการป้องกันและรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วมและภัยแล้ง ในส่วนของผู้ผลิตจากประเทศที่สามต้องปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน
ของอาหารของสหภาพยุโรป
2) ประเด็นนโยบายการประมง ที่จะมุ่งเน้นการรักษาผลประโยชน์ของกองเรือประมงสหภาพยุโรป การจัดการปริมาณสัตว์น้ำในทะเล โดยคำนึงถึงคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์และผลกระทบทางเศรษฐกิจ และการสร้างความร่วมมือกับประเทศที่สามในการจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน
2.7 ความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health security) การให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลของระบบสุขภาพ ความมั่นคงด้านสุขภาพยังรวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของพลเมืองยุโรป การปรับปรุงสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นในยุคดิจิทัล รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค

