free page hit counter

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Office of Agricultural Affairs | Royal Thai Embassy, Brussels
HomePolicyรายงานผลการเข้าร่วมการประชุม Mission Soil Investment Forum 2026

รายงานผลการเข้าร่วมการประชุม Mission Soil Investment Forum 2026

ด้วยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำสหภาพยุโรป ได้เข้าร่วมการประชุม Mission Soil Investment Forum 2026 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปด้านเกษตรและพัฒนาชนบท (Directorate-General for Agriculture and Rural Development: DG AGRI) จัดขึ้นภายใต้กรอบพันธกิจของสหภาพยุโรปด้านข้อตกลงเพื่อดินของยุโรป (EU Mission: A Soil Deal for Europe) ของโครงการ Horizon Europe โดยมีผู้แทนจากคณะกรรมาธิการยุโรป สถาบันการเงิน นักลงทุน ธนาคาร บริษัทเอกชน องค์กรวิจัย มหาวิทยาลัย และผู้ดำเนินโครงการ Living Labs จากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางการระดมเงินลงทุนสำหรับการฟื้นฟูและอนุรักษ์สุขภาพดิน ตลอดจนสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างนโยบาย งานวิจัย และภาคการเงินเพื่อผลักดัน การจัดการดินอย่างยั่งยืนให้สามารถขยายผลได้ในระดับเศรษฐกิจ สรุปสาระสำคัญของผลการประชุมฯ ดังนี้

1. สุขภาพดิน: จากประเด็นสิ่งแวดล้อมสู่ยุทธศาสตร์ด้านความสามารถในการแข่งขันของอียู

1.1 นาย Diego Canga Fano ผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรป DG AGRI และผู้จัดการ Mission Soil กล่าวเปิดการประชุมว่า สุขภาพดินกำลังได้รับการยกระดับจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการวิจัย ไปสู่ประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันของสหภาพยุโรป เนื่องจากดินที่มีคุณภาพเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การกักเก็บคาร์บอน การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภาคเกษตรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

1.2 ภายใต้กรอบพันธกิจฯ ดังกล่าว สหภาพยุโรปได้สนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมกว่า 800 ล้านยูโร และจัดตั้งเครือข่าย Living Labs แล้ว 45 แห่ง โดยมีเป้าหมายขยายเป็น 100 แห่งภายในปี 2573 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยุโรปฯ เห็นว่าการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวไม่สามารถอาศัยงบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการผ่านการพัฒนากลไกด้านนโยบาย การเงิน และการลงทุนที่เหมาะสม ทั้งนี้ ยังสอดคล้องกับการจัดทำ       กรอบงบประมาณระยะยาว (Multiannual Financial Framework: MFF) ฉบับใหม่ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวของสหภาพยุโรป

1.3 ที่ประชุมเห็นว่า ความท้าทายสำคัญ คือ ประโยชน์จากการฟื้นฟูสุขภาพดินส่วนใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ขณะที่ต้นทุนในการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตตกอยู่กับเกษตรกร จึงจำเป็นต้องพัฒนากลไกที่สร้างแรงจูงใจและแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้การลงทุนด้านสุขภาพดินสามารถเกิดขึ้นได้จริง

2. การเปลี่ยนสุขภาพดินให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ

2.1 การอภิปรายในช่วงเปิดการประชุม มุ่งสร้างความเข้าใจว่า สุขภาพดินควรถูกมองเป็น “การลงทุน” มากกว่าการเป็นเพียงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยผู้แทนจากโครงการ InvestSoil และ Soil Values อธิบายว่า ดินควรถูกมองเป็นทุนทางธรรมชาติ (Natural Capital) ที่สร้างคุณค่าในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การกักเก็บคาร์บอน การบริหารจัดการน้ำ การลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร

2.2 ที่ประชุมเห็นว่า การประเมินความคุ้มค่าของการฟื้นฟูสุขภาพดินควรคำนึงถึงทั้งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและคุณค่าที่เกิดขึ้นต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเสนอให้พัฒนารูปแบบธุรกิจที่อาศัยความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ภาคธุรกิจ ผู้บริโภค ภาครัฐ และภาคการเงิน เพื่อให้เกิดการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเหมาะสม และทำให้การฟื้นฟูสุขภาพดินสามารถขยายผลได้ในระยะยาว

2.3 ผู้ร่วมอภิปรายยังเห็นว่า โครงการด้านสุขภาพดินส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน จึงจำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐในช่วงเริ่มต้น ควบคู่กับการพัฒนารูปแบบการลงทุนที่รองรับผลตอบแทนในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

3. จากนโยบายสู่การลงทุน (From Policy to Capital)

3.1 ที่ประชุมเห็นว่า การฟื้นฟูสุขภาพดินจะเกิดขึ้นในวงกว้างได้จำเป็นต้องอาศัยทั้งนโยบายที่ชัดเจนและกลไกทางการเงินที่เหมาะสม โดยสหภาพยุโรปกำลังเชื่อมโยงนโยบายสำคัญด้านเกษตร สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ นโยบายเกษตรร่วมของสหภาพยุโรป (Common Agricultural Policy: CAP) กฎหมายว่าด้วยการติดตามคุณภาพดิน (Soil Monitoring Law) กฎระเบียบว่าด้วยกรอบการรับรองการกำจัดคาร์บอนและการกักเก็บคาร์บอนในดิน (Carbon Removal and Carbon Farming Regulation: CRCF) และแนวคิด Nature Credits  เพื่อสร้างกรอบนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนด้านสุขภาพดินและการฟื้นฟูระบบนิเวศ

3.2 ผู้แทนจาก European Investment Bank (EIB) เห็นว่า การลงทุนจะเกิดขึ้นได้เมื่อโครงการมีรูปแบบธุรกิจที่ชัดเจน สามารถประเมินผลตอบแทนและความเสี่ยงได้ และได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่มีความต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐควรมีบทบาทในการลดความเสี่ยงของโครงการในระยะเริ่มต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเมื่อโครงการมีความพร้อมและสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน

3.3 ผู้เข้าร่วมประชุมยังเห็นตรงกันว่า การฟื้นฟูสุขภาพดินควรถูกมองเป็นการลงทุนระยะยาว เนื่องจากผลลัพธ์ด้านคุณภาพดิน ความมั่นคงของระบบอาหาร และความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องใช้ระยะเวลาในการเกิดผล จึงจำเป็นต้องมีนโยบายที่มีความต่อเนื่องและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน

4. เครื่องมือทางการเงินและกลไกสนับสนุนการลงทุน (Building the Soil Finance Toolbox)

4.1 ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า การฟื้นฟูสุขภาพดินไม่สามารถพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐเพียง อย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการระดมเงินทุนจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะรูปแบบ Blended Finance ซึ่งเป็นการผสมผสานเงินทุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรการกุศล เพื่อแบ่งปันความเสี่ยงของโครงการในระยะเริ่มต้น และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนเมื่อโครงการมีความพร้อมและสามารถสร้างผลตอบแทนได้

4.2 ผู้แทนจากภาคธุรกิจเห็นว่า การลงทุนด้านสุขภาพดินควรมุ่งสร้าง “ความยืดหยุ่นของระบบการผลิต” (Resilience) มากกว่าการมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียว โดยควรคำนึงถึงสุขภาพดิน ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการน้ำ และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานอาหาร ซึ่งล้วนส่งผลต่อความสามารถในการผลิตและการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว

4.3 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังนำเสนอรูปแบบธุรกิจที่เริ่มนำไปใช้ในหลายประเทศของสหภาพยุโรป อาทิ Carbon Farming การพัฒนา Nature Credits การบริหารจัดการพื้นที่ในระดับภูมิทัศน์ (Landscape Scale) และความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการอาหารกับเกษตรกร เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนจากการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับรายได้จากการผลิตสินค้าเกษตร ทั้งนี้ ผู้แทนจากองค์กรการกุศลเห็นว่า เงินทุนเพื่อการกุศลสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการทดลองนวัตกรรมและพัฒนารูปแบบธุรกิจในระยะเริ่มต้น ก่อนขยายผลสู่การลงทุนเชิงพาณิชย์

๕ การทำให้สุขภาพดินเป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Making Soil Health Investable)

5.1 ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ Monitoring, Reporting and Verification (MRV) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคการเงินและนักลงทุน โดยที่ประชุมเห็นว่า การประเมินผลควรเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง (Outcome-based) เช่น การปรับปรุงคุณภาพดิน การกักเก็บคาร์บอน และการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ มากกว่าการรายงานเพียงว่ามีการดำเนินกิจกรรมใด

5.2 ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นตรงกันว่า ไม่สามารถกำหนดมาตรฐานเดียวที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ (One-size-fits-all) เนื่องจากลักษณะของดิน สภาพภูมิอากาศ และระบบการผลิตมีความแตกต่างกัน จึงควรกำหนดหลักการกลางที่อ้างอิงวิทยาศาสตร์ แต่เปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่เลือกใช้ตัวชี้วัดที่เหมาะสม พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้ข้อมูลจากดาวเทียม เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับการตรวจวัดภาคสนาม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบติดตามผล

5.3 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า การสร้างความร่วมมือระหว่างเกษตรกร นักวิจัย ภาคธุรกิจ และผู้ให้ทุน ผ่านเครือข่าย Living Labs มีความสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่ แม้จะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานและมีต้นทุนในการประสานงานสูง แต่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายผลการลงทุนด้านสุขภาพดินในระยะยาว

6. แนวทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไป (From Forum to Follow-up Action)

6.1 คณะกรรมาธิการยุโรปฯ เห็นว่า ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไป คือ การเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย ผู้พัฒนาโครงการ และภาคการเงิน ให้สามารถสร้างการลงทุนได้จริง จึงจะมีการประกาศจัดตั้ง Mission Soil Platform เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมรวบรวมองค์ความรู้ เครื่องมือประเมินความพร้อมของโครงการ แหล่งเงินทุน และบริการจับคู่ความร่วมมือ (Matchmaking)

6.2 นอกจากนี้ จะมีการจัดทำ Investment Tracker เพื่อติดตามโครงการลงทุนด้านสุขภาพดิน และตั้งเป้าหมายสนับสนุนโครงการอย่างน้อย 30 โครงการ ให้พัฒนาเป็น Investment-ready Projects ที่สามารถนำเสนอแก่สถาบันการเงินและนักลงทุนได้

6.3 ขณะเดียวกัน ในการประชุมครั้งนี้ ได้จัดให้มีช่วงการนำเสนอแนวคิดและโครงการเพื่อการลงทุนด้านสุขภาพดิน (Pitch Session) เพื่อเปิดให้มีการนำเสนอกรณีศึกษาของภาคเอกชนที่ประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียม ปัญญาประดิษฐ์ และเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ในการพัฒนารูปแบบธุรกิจ ซึ่งสะท้อนว่าการฟื้นฟูสุขภาพดินกำลังเปลี่ยนจากโครงการนำร่องด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์

6.4 คณะกรรมาธิการยุโรปฯ ได้ย้ำว่า Mission Soil Investment Forum จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว โดยจะใช้ Mission Soil Platform เป็นกลไกหลักในการติดตามผล พัฒนาโครงการใหม่ และเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงิน เพื่อเร่งให้เกิดการลงทุนด้านสุขภาพดินในระดับสหภาพยุโรป